Blog

  • Typography trick เทคนิคง่ายๆที่ทำให้การออกแบบตัวอักษรของคุณมีเอกลักษณ์

    Typography trick เทคนิคง่ายๆที่ทำให้การออกแบบตัวอักษรของคุณมีเอกลักษณ์

    บ่อยครั้งที่นักออกแบบพบปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบที่ไม่สามารถหาตัวอักษรที่ตรงกับความต้องการในการใช้งานในสื่อต่างๆ เช่นออกแบบปกหนังสือ โปสเตอร์ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ
    เกิดจากตัวอักษรที่มีอยู่ มีความซ้ำซากจำเจ หรือแม้แต่ไม่ได้อารมณ์ความรู้สึกที่สอดคล้องกันกับตัวงาน การออกแบบตัวอักษรขึ้นด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

    คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะออกแบบตัวอักษรให้มีเอกลักษณ์ และตรงกับความต้องการของเราได้อย่างไร

    “วิธีง่ายๆคือการมองตัวอัษรเป็นเหมือนคนๆหนึ่ง”

    คนหนึ่งคนประกอบไปด้วยอวัยวะ บุคลิกภาพ เสื้อผ้าหน้าผม รวมกันกลายเป็นตัวบุคคล
    ในขั้นตอนแรก เราจึงต้องทำความรู้จักอวัยวะของตัวอักษรกันก่อน
    เมื่อเราเข้าใจถึงอวัยะของตัวอักษรแล้วก็จะทำให้เราสามารถดัดแปลงรูปร่างหน้าตารวมถึงเสื้อผ้าเครื่องประดับของตัวอักษรได้ตามใจชอบ

    อวัยวะของตัวอักษร

     

    • Aperture
      พื้นที่เปิดของจุดจบเส้นตัวอักษร
    • Arm
      แขนของตัวอักษร ซึ่งเป็นจังหวะแนวนอนที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับปลายด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน
    • Ascender
      เส้นขีดแนวตั้งขึ้นบนตัวอักษรพิมพ์เล็กที่ขยายเหนือความสูง x ของไทป์เฟซ
    • Baseline
      เส้นที่มองไม่เห็นซึ่งมีตัวอักษรอยู่
    • Bowl
      เส้นโค้งที่ล้อมรอบเคาน์เตอร์ของตัวอักษร
    • Counter
      พื้นที่ปิดล้อมทั้งหมดหรือบางส่วนภายในตัวอักษร
    • Descender
      เส้นขีดแนวตั้งลงล่างพบในตัวอักษรพิมพ์เล็กที่ขยายต่ำกว่าเส้นฐาน
    • Ear
      หู ของตัวอักษร ซึ่งก็คือเส้นขีดเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากโถด้านขวาบนของตัว g ตัวพิมพ์เล็ก
    • Link
      จังหวะที่เชื่อมต่อด้านบนและด้านล่างของ g ตัวพิมพ์เล็ก
    • Serif
      เป็นช่วงเท้า หรือฐานของตัวอักษร เป็นรายละเอียดที่ไม่ใช่โครงสร้างที่ปลายบางจังหวะ
    • Shoulder
      ช่วงไหล่ของตัวอักษรที่เป็นเส้นโค้งเชื่อมต่อจากเส้นหลัก
    • Spine
      จังหวะโค้งหลักสำหรับตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก
    • Stem
      จังหวะแนวตั้งของเส้นหลักซึ่งเป็นแกนร่างกายของตักอักษร
    • Tail
      หาง ของตักอักษร เป็นจจังหวะจากมากไปหาน้อย มักจะใช้ในการตกแต่ง
    • Terminal
      จุดสิ้นสุดของจังหวะที่ไม่มีเส้นฐาน
    • x-height
      ความสูงของตัวหลักของตัวพิมพ์เล็ก

    ตัวอักษรเป็นเหมือนคนที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน
    ทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
    แม้จะมีอวัยวะ ร่างกาย แขนขาเหมือนกัน
    แต่ด้วยรสนิยม การเติบโต และเรื่องราวที่ผ่านมาของแต่ละคนที่เป็นมาแตกต่างกันนั้น ได้หล่อหลอมให้เขาเป็นเขาที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้ทุกคนมีบุคลิกต่างกัน แต่งตัวต่างกัน และมีความเป็นตัวเองที่แจ่มชัดหลากหลาย

    การออกแบบตัวอักษรก็เป็นแบบเดียวกัน

    หากเราต้องการตัวอักษรที่สื่อถึงความเป็นมิตร นุ่มนวล
    ลื่นไหล เหมือนคนใจดี เราก็ต้องออกแบบตัวอักษรให้มีลักษณะโค้งมน กลมเกลี้ยง เป็นเส้นต่อเนื่องไม่มีสะดุด

     

    หากเราต้องการตัวอักษรที่สื่อถึงความมั่นคง แข็งแรง เหมือนนักมวยปล้ำ เราก็ต้องออกแบบตัวอักษรให้มีลักษณะทึบตัน ตัวหนา มีเหลี่ยมเป็นมุมฉาก

     

    หรูหรา เหมือนชนชั้นสูง เราก็ต้องออกแบบตัวอักษรให้มีลักษณะ ผอมบาง แวววาว มีเครื่องประดับประดา

    ดุดัน อันตราย เหมือนนักดนตรีพังค์ เราก็ต้องออกแบบตัวอักษรให้มีลักษณะ มีความแหลมคม เส้นหัก ตัดเหลี่ยมมุมคล้ายหนาม เป็นต้น

     

    เมื่อเราเข้าใจถึงอวัยะของตัวอักษรแล้ว เพียงเท่านี้เราก็สามารถดัดแปลงรูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าเครื่องประดับของตัวอักษรได้ตามที่เราต้องการ

    ขอให้ทุกคนสนุกกับการออกแบบตักอักษรครับ

     


    สามารถติดตามviridian academy of artช่องทางต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian 
    Instragram : viridian academy of art
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือจากปุ่มมุมล่างล่าง

     

  • Nudity ว่าด้วยภาพเปลือย

    Nudity ว่าด้วยภาพเปลือย

    ภาพวาดบนผนังถ้ำ เป็นสิ่งแรกที่จดบันทึกว่า มนุษย์และสัตว์ มีร่างกายเป็นของตัวเอง Nude หรือ การเปลือย ก็คือสถานะหนึ่งทางร่างกายมนุษย์ ที่ปราศจากการสวมใส่เครื่องนุ่งห่ม ซึ่งสภาวะนี้เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบโดยธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกล้วนแล้วแต่มีสภาวะของการเปลือยทั้งสิ้น หากแต่ความเจริญทางวิทยาการของมนุษย์ได้สร้างวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น สภาวะการเปลือยจึงกลายเป็นสถานะที่สังคมมนุษย์ไม่สามารถแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งได้

    เปลือย หรือ โป๊ จึงเกิดขึ้นเฉพาะที่ลับตาและส่วนตัว  เป็นภาพคุ้นตาของทุกคนในห้องน้ำยามเช้า แต่ถูกปกปิดอย่างมิดชิดในที่สาธารณะภายใต้เครื่องนุ่มห่ม เสื้อผ้าจึงไม่ต่างจากอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ ที่เปรียบเสมือนบรรทัดฐานทางอารยธรรมและกลายเป็นขนบธรรมเนียมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ในมายาคติของการเปลือยจริง ๆอาจไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เสื้อผ้า แต่อาจขึ้นอยู่ที่ว่าเสื้อผ้านั้นปกปิดอวัยวะส่วนไหน การโชว์เรือนร่างสรีระของชายและหญิงริมชายหาดจึงเป็นภาพคุ้นตาในสังคม และดูไม่ส่อแววไปทางลามกอนาจาร หากไม่ได้มีการเปิดเผยอวัยวะเพศให้ผู้อื่นเห็นจนเกิดความไคร่ ซึ่งจุดซ่อนเร้นนี้มาพร้อมกับการปิดบังทางจิตใจ และสร้างแรงขับทางเพศ จึงไม่แปลกที่การเปลือยจนเห็นอวัยวะเพศจะถูกปิดกั้นและจำกัดขอบเขตในการมองเห็น   

     

     

    แต่ในเชิงการศึกษา วิชากายวิภาค เป็นพื้นฐานของทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ ระบบร่างกายทั้งภายนอกและภายในจะถูกพูดถึงในรูปแบบองค์ความรู้ทางวิชาการ ในเชิงศิลปะ วิชาวาดเส้น ร่างกายมนุษย์เป็นพื้นฐานที่ผู้เรียนต้องศึกษา องค์ความรู้ที่ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่ยุคกรีกที่เริ่มสร้างประติมากรรมคนจริง จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นพื้นฐานสำหรับนักศึกษาในปัจจุบัน พูดได้ว่าการเขียนภาพคนให้แม่นยำ หรือการสร้างประติมากรรมให้สมบูรณ์ล้วนแล้วแต่มีร่างกายอันเปลือยเปล่าเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น

    Nude หรือ การเปลือย ไม่ว่าผ่าน ภาพเขียน ประติมากรรม ภาพยนตร์ หรือรูปถ่าย ล้วนสะท้อนองค์ความรู้ ความแม่นยำ หรืออาจ สะท้อนอารมณ์ ความนึกคิดของผู้สร้าง ซึ่งถ้าแยกผลงานที่เป็นศิลปะ กับผลงานสื่อที่ต้องการเร้าอารมณ์ทางเพศ แน่นอนว่าเนื้อหาของ 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน หากดูสื่อการเปลือยที่แสดงให้เห็นถึงการเร้าอารมณ์ทางเพศ ผู้เสพก็จะถูกกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ แต่หากดูการเปลือยผ่านผลงานศิลปะและมุมมองสุนทรียะ เราจะเสพผลงานในเชิงความคิดและความงามเพื่อเข้าใจเจตนาของผู้สร้าง

     

     

                      

     

     

     

     


    สามารถติดตามviridian academy of artช่องทางต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian 
    Instragram : viridian academy of art
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือจากปุ่มมุมล่างล่าง

  • Run for Dream

    Run for Dream

    “การสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นก้าวแรกที่สำคัญของเด็กหลายคน”

    สำหรับน้องๆที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเตรียมอ่านหนังสือสอบ ฝึกฝนตัวเองเพื่อทำ Portfolio Art อย่างนักเรียนศิลปะและนักเรียนออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม ออกแบบนิเทศศิลป์ ออกแบบแฟชั่น วิจิตรศิลป์ ออกแบบเครื่องประดับ มีเดียอาร์ต ดิจิตอลอาร์ต ออกแบบภายใน และอีกมากมายหลายสาขา ลองมาดูว่าครูอะไหล่ แนะนำในการเตรียมพร้อมกำลังใจกับนักเรียนกันอย่างไรค่ะ

    “ ก่อนหน้าที่เราจะก้าวไปสู่ความเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่เต็มตัว เราเคยมีคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองคอยดูแลและนำทาง คอยจัดการชีวิตฝึกหัดของเราเสมอ เพื่อให้เราได้อยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัยและราบรื่น

    แต่กับการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ย เป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการเริ่มก้าวเดิน ก้าวไปสู่การโบยบินด้วยตัวของตัวเอง ทีนี้ความหมายของเส้นทางที่ปลอดภัย ราบรื่น สุขสบายแบบที่คุณพ่อคุณแม่เราออกแบบไว้ให้ ส่งเรามาถึงจุดหนึ่งแล้ว ต่อจากนี้คนออกแบบก็จะเป็นตัวเราเอง ใครออกแบบชีวิตได้ดี แล้วลงมือทำให้ได้ ก็จะไปถึงจุดหมายนั้นได้ ออกแบบผิดพลาด ก็แก้แบบกันไปลองทำกันไป เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
    ในเบื้องต้นของชีวิตวัยรุ่นเต็มตัว (มหาวิทยาลัย)
    ผู้ปกครองจะกลายเป็นคนที่คอยอำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ซึ่งบางบ้านอาจจะไม่มีคนมาช่วยแล้วก็ตามก็เหนื่อยหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ มีเด็กหลายคนก็ผ่านมาได้แล้ว

    เด็กคนไหนผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้เรียนในคณะที่อยากเรียน ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดโอกาสไปเลย ซึ่งในยุคสมัยปัจจุบันนี้ก็ค่อนข้างเปิดกว้างมากกว่าเดิมนะครับ
    ผมเจอเด็กที่ขาดการสนับสนุนจากทางบ้านมาหลายคน บางคนก็ท้อแท้หายไป บางคนก็ดื้อ มุ่งมั่นแอบเรียนกันไป ถ้าไม่มีเงินก็ไปทำงานพิเศษมาเรียนมาติวสอบ มาเตรียมตัวทำPortfolio กันจนได้

    สุดท้ายคนที่กล้าจะทำมันด้วยตัวเองแบบจริงๆจังๆเนี่ย จากประสบการณ์สอน10กว่าปี ผมที่เป็นผู้สอนเองแทบไม่มีความกังวลกับเด็กแบบนี้เลย ไม่ว่าจะเก่งหรือไม่ แค่เห็นแววตาที่มุ่งมั่นในตอนทำงานที่ตัวเองรักในช่วงเวลาที่เขาถีบตัวเองให้เก่งขึ้น ชำนาญขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กไม่ตั้งใจเรียน ไม่มี Passion ก็กลับกลายมาเป็นเด็กบ้าเรียน อดหลับอดนอน มุ่งไปสู่ฝันของตัวเอง อาชีพในฝันของตัวเอง ถ้าแค่เริ่มแล้วเขามีพลังใจได้แบบนี้ ผมก็สอนให้สอบติดได้ไม่ยากเลย สอนสบายมาก และเชื่อว่าครูอาจารย์ หรือพี่ติวหลายๆคนก็คิดเห็นแบบเดียวกันครับ
    จริงๆแล้วการสอบติดอาจไม่สำคัญเท่าการที่เราคได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น กล้าคิด กล้าทำ มีพลังใจ ไฟในการทำงาน ถ้าเรามีช่วงเวลาเหล่านี้ที่เข้มข้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกับการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย เราต้องเด็ดเดี่ยว ทุกคนต้องเลือกทางตัวเอง เพื่อนฝูงก็จะต่างคนต่างไปในความสนใจที่ตัวเองเลือก แล้วก็จะได้ไปอยู่รวมกับผู้คนที่รสนิยมเดียวกัน

    ถ้าคนๆนึงเคยได้ผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว ไม่ว่าจะสอบติดที่ไหน ที่ๆตัวเองต้องการที่สุดหรือไม่ หรือแม้แต่ทำไม่สำเร็จก็ตาม จะติดที่ไหน มันก็ไม่สำคัญแล้วครับ

    เพราะจากนี้ไปพวกเราจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
    โดยธรรมชาติ มันคือรสชาติ คือความขมที่อร่อย ลุ่มลึกแบบที่ใครไม่เคยชิมก็ไม่สามารถรับรู้รสชาตินี้ได้ว่ามันอร่อยยังไง หอมหวนยังไง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่จะต้องพัฒนาตัวเอง ต้องฝ่าอุปสรรค ประสบการณ์แรกของเราครั้งนี้ก็จะทำให้เราได้นึกถึงเสมอ แล้วสร้างพลังใจให้เราเสมอ
    ปริญญามันอาจทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ไม่สำคัญเท่าใจ ความคิด การพัฒนาและผลของงานหรอกครับ

    ปริญญาจากที่ไหนก็ตาม มันไม่มีประโยชน์อะไรถ้าอยู่ในมือของคนที่ไม่สู้

    ขอให้วัยรุ่นทุกคนมีความกล้าและพลังใจในการใช้ชีวิตให้มีความหมายครับ”

    ครูอะไหล่

     

     

     

     

     

     

     


    สามารถติดตามviridian academy of artช่องทางต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian 
    Instragram : viridian academy of art
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือจากปุ่มมุมล่างล่าง

     

  • คอร์เซ็ท (Corset) เบื้องหลังเอวคอดกิ่วสุดสยองก่อนจะกลายมาเป็นแฟชั่นในปัจจุบันนี้

    คอร์เซ็ท (Corset) เบื้องหลังเอวคอดกิ่วสุดสยองก่อนจะกลายมาเป็นแฟชั่นในปัจจุบันนี้

     

    หลายๆคนอาจคุ้นตากับการแต่งตัวเอวรัดรูปของผู้หญิงที่ดูแล้วคล้ายนาฬิกาทราย เอวมีความคอดกิ่ว ซึ่งการแต่งตัวนี้มีให้เห็นคุ้นตาทั้งจากภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ของยุโรป หรือภาพจิตรกรรมตั้งแต่ยุค renaissance เบื้องหลังของเอวคอดกิ่ว รูปร่างเป็นทรงนาฬิกาทราย ภายใต้ทรวดทรงองค์เอวเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้จะมาพูดถึงประวัติของ คอร์เซ็ท (Corset) กันค่ะ

     

                               

     

    ว่ากันว่าคอร์เซ็ทกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่15 ยุควิคตอเรียน ณ ประเทศอิตาลี โดยช่างตัดเสื้อได้รับการว่าจ้างให้ตัดชุดที่มีลักษณะสวย โดดเด่น มีหุ่นเล็กสวย ช่างจึงตัดคอร์เซ็ทออกมาเพื่อให้จำกัดรูปร่างได้ตามที่ต้องการ  จนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนถึงศตวรรษที่19  ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้ใส่สบายขึ้นด้วยการใช้ผ้านำมาประยุกต์เข้ากับเสื้อ หรือเดรส และยังมีการพัฒนาต่อเป็นบราที่มีคอร์เซ็ท หรือคอร์เซ็ทแบบเข็มขัด ทำให้สามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น

     

     

    นอกจากความงามแล้ว ยังมีข้อเสียในการสวมใส่อีกด้วย องค์ บรรจุน ผู้เขียนบทความ “ความงามตามอุดมคติของผู้หญิงมอญ, จีน ยุโรป และอื่น” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2559 อธิบายชุดชั้นในประเภทนี้ไว้ว่า “เดอะ คอร์ซิท (The Corset) เสื้อยกทรงรัดรูปหรือชุดชั้นในผู้หญิง เป็นที่นิยม(ถูกบังคับ)ในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีจารีตที่กำหนดให้ผู้หญิง ‘ดี’ โดยเฉพาะผู้หญิงชั้นสูงในสังคมฝรั่งเศสเมื่อศตวรรษที่ 19 ต้องสวมเพื่อให้สะโพกและหน้าอกเข้ารูป อกตั้ง เอวคอดกิ่วตามความนิยม ไม่เช่นนั้นจะถือว่าหญิงผู้นั้นสกปรก ต่ำต้อย ไร้มารยาท ขาดศีลธรรม ซึ่งการใส่คอร์ซิทต้องรัดแน่นขนาดทำให้ผู้สวมใส่ปวดชา กระดูกผิดรูป อวัยวะเครื่องในจะถูกเคลื่อนย้ายลงมาถึงก้น

    จึงเป็นสาเหตุให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายผิดปกติ ในปี 1903 มีผู้หญิงที่เสียชีวิตทันทีจากการสวมเสื้อชนิดนี้ที่ทำจากเหล็กซึ่งกระแทกหัวใจ ก่อนที่จะถูกดัดแปลงให้เหมาะสมมาเป็นชุดชั้นอย่างในยุคปัจจุบัน”

    คอร์เซ็ทในยุคปัจจุบัน

           

     

     

    “เวอริเดียน อคาเดมี ออฟ อาร์ต”

    มุ่งสอนศิลปะ ด้วยความรู้
    หลักการ ขั้นตอน อย่างจริงจัง
    กับผู้มีใจรักในศิลปะและออกแบบ โดยผู้สอนที่ชำนาญการ
    สายตรงตามสาขานั้นๆ”

     


    สามารถติดตามviridian academy of artช่องทางต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian 
    Instragram : viridian academy of art
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือจากปุ่มมุมล่างล่าง

     

     

     

  • กฎความงามสากล ‘Goden ratio’

    กฎความงามสากล ‘Goden ratio’

     กฎความงามสากล ‘Goden ratio’ หรือ กฎสัดส่วนทองคำ ‘Goden ratio’

    นั้นมีชื่อเรียกหลากหลายทั้ง Golden ratio, Golden section ,The golden mean

    มันคือตัวเลขชุดหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในธรรมชาติ
    ทั้งในเถาใบของต้นไม้และโครงสร้างต่างๆของสิ่งมีชีวิตก็มีตัวเลขชุดนี้อยู่ ซึ่งในอดีตมีศิลปินได้นำกฎนี้มาประยุกตร์ใช้ในงานศิลปะมากมายหลายชิ้น และได้รับการยอมรับจากผู้รับชมว่ามีความงามอยู่ในงานเหล่านั้น

     

     

    Fibonacci นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลี่ ได้คิดค้นกฎ Fibonacci ขึ้น คือ ถ้าเราเอาตัวเลข 1+1=2,2+3=5,5+8=13,8+13=21,… บวกกันไปเรื่อยๆจะได้ชุดตัวเลข 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 …   และเมื่อตัวเลขเหล่านี้ถูกนับไปเรื่อยๆเราจะพบว่า แต่ละตัวเลขมีช่องว่างต่างกัน  1.618  หากเรานำเอาตัวเลขเหล่านี้มาวาดเป็นขนาดของสี่เหลี่ยม เราจะได้ขนาด ของสี่เหลี่ยมที่สวยที่สุดในโลก  นั่นคือ “สัดส่วนทองคำ”

     

     

    นอกจากนี้สัดส่วนทองคำถูกนำไปใช้ในงานออกแบบได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ภาพประกอบ กราฟิก โปสเตอร์ การถ่ายภาพ โฆษณา ภาพยตร์ ฯลฯ  ซึ่งนั่นเป็นเพราะความงามในธรรมชาติ ทั้งในใบไม้ ดอกไม้ ร่างกายมนุษย์และสัตว์ก็มีโครงสร้างนี้อยู่เช่นกัน
    ทำให้สายตามนุษย์คุ้นชินและหลงใหลในสัดส่วนนี้ มันจึงเป็นการถอดรหัสความงามจากธรรมชาติมาใช้ในงานออกแบบอย่างชาญฉลาดยิ่ง

     

                            

     

    โดยศิลปินและนักออกแบบสามารถนำกฎสัดส่วนทองคำนี้ไปใช้ได้โดยการวางตำแหน่งของสิ่งที่ตนสร้างสรรค์ลงบนเส้นและจุดตัดเพื่อใช้ในการวางองค์ประกอบให้เกิดภาพหรือชิ้นงานที่น่าสนใจ นั่นคือวางรูปให้อยู่ในจุดที่ดึงดูดสายตามนุษย์มากที่สุด ในภาพวาดโมนาลิซา(Mona Lisa)และโครงสร้างวิหารพาเทนอน(Parthenon)เองก็ใช้กฎนี้

    สัดส่วนทองคจึงถูกขนานนามว่าเป็นอัตรส่วนที่งดงามและสมบูรณ์พร้อมที่สุดในธรรมชาติ

     



     

     

     

     


    สามารถติดตามviridian academy of artช่องทางต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian 
    Instragram : viridian academy of art
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือจากปุ่มมุมล่างล่าง

  • รูปร่างทั้ง4แบบและการแต่งตัวให้เข้ากับรูปร่าง

    รูปร่างทั้ง4แบบและการแต่งตัวให้เข้ากับรูปร่าง

    ร่างกายของเราสามารถแบ่งเป็นโครงสร้างได้ 4 แบบเด่นๆ คือ

    • รูปร่างแบบแอปเปิ้ล
    • รูปร่างแบบแพร์
    • รูปร่างแบบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
    • รูปทรงแบบนาฬิกาทราย

    ซึ่งแต่ละรูปร่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างกัน ให้เข้าใจว่าบอดี้เชฟ ไม่ใช่ บอดี้ไซส์ บอดี้ไซส์คือขนาดรูปร่างที่วัดออกมาของแต่ละคน ซึ่งคนที่มีบอดี้เชฟเดียวกันอาจมีบอดี้ไซส์ที่ต่างกันก็เป็นได้

    รูปทรงแอปเปิ้ล

    ลักษณะมีหน้าอกใหญ่ ไหล่กว้าง ช่วงลำตัวกลางจะใหญ่กว่าสะโพกเล็กน้อย สะโพกแคบ ขาสวย อัตราส่วนระหว่างหน้าอก เอว สะโพก 4:4:3

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและควรใส่

    • เน้นสวมเสื้อผ้าที่มีดีเทลด้านบน (เช่น เสื้อเปิดไหล่, คอวี)
    • เน้นกระโปรงหรือกางเกงสีเข้ม ที่พอดี-เรียบไปกับตัว (ทำให้ช่วงล่างและขาดูเรียว)
    • ใส่เข็มขัดเส้นเล็ก (เพื่อเน้นให้เห็นช่วงเอวชัดขึ้น)
    • ใส่ชุดกระโปรงยาว (เช่น Maxi Dress)
    • ไม่ใส่เนื้อผ้าที่มีลักษณะแข็ง
    • ไม่ใส่กระโปรงจีบ, กระโปรงบาน หรือแบบที่มีระบาย

    รูปทรงลูกแพร์

    ลักษณะมีไหล่แคบกับหน้าอกที่เล็กกว่าใหล่ ช่วงเอวสวย ลำตัวช่างล่างกว้างกว่าลำตัวช่วงบน สะโพกกับต้นขาเต็ม ก้นโค้งมน อัตราส่วนระหว่างหน้าอก เอว สะโพก 3:2:4

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและควรใส่

    • เน้นเสื้อผ้าที่มีดีเทลด้านบน (เช่น เสื้อเปิดไหล่, เสื้อด้านบนแบบ Ruffle)
    •  เน้นสวมกระโปรงสไตล์ Fit and Flare (ช่วยให้ช่วงไหล่สมดุลกับสะโพก)
    •  การสวม Jacket (ช่วยบาลานซ์ช่วงบนและล่างได้ดี)
    • ไม่สวมกระโปรงสั้น (เพราะจะทำให้ขาดูใหญ่และตัน)
    • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่เน้นสะโพก

     

    รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

    ลักษณะมีหน้าอกขนาดเล็กหรือขนาดปกติ ไม่มีเอว สะโพกถึงก้นตรง ไม่ค่อยมีส่วนเว้าส่วนโค้ง อัตราส่วนระหว่างหน้าอก เอว สะโพก 3:3:3

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและควรใส่

    •  เน้นจุดเด่นไปที่ช่วงบนของร่างกาย (เช่น เสื้อแขนกุด, เสื้อที่มีระบายช่วงบน)
    • เน้นช่วงเอวให้ดูเล็ก เพื่อให้ขาดูเรียวยาว (เช่น Flared skirt, Jumpsuits)
    •  เน้น V shaped neckline (คอวี) จะทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น
    • ไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันหรือลวดลายที่ช่วงเอว เลี่ยงเสื้อทรงตรง หรือทรงกระบอก
    •  ไม่สวมเสื้อที่เน้นช่วงเอวเป็นระบาย (เช่น Peplum)
    • ไม่สวมเสื้อที่ต้องคาดเข็มขัด

    รูปทรงนาฬิกาทราย

    ลักษณะมีหน้าอกเต็ม เอวแคบสวย ความกว้างหัวไหล่กับสะโพกสมดุลกัน สะโพกโค้งมนก้นกลมสวย อัตราส่วนระหว่างหน้าอก เอว สะโพก 4:2:4

     

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและควรใส่

    • เน้นให้พอดีตัว รับกับรูปร่าง ไม่รัดรูปเกินไป (เช่น เสื้อผ้าสไตล์ Wrap dress)
    • เน้นช่วงเส้นเอวเป็นหลัก (เช่น การใส่เข็มขัดเส้นเล็กๆ)
    • ไม่สวมเสื้อผ้าที่ปิดบังรูปร่าง หรือ กระโปรงเป็นระบาย
    • ไม่เน้นให้ส่วนใดส่วนหนึ่งใหญ่จนเกินไป
    • ไม่ทำให้บริเวณหน้าอกดูเด่น
  • การนุ่งห่มสีตามวันของชาววัง

    การนุ่งห่มสีตามวันของชาววัง

    ทราบหรือไม่ว่า แฟชั่นการแต่งกายตามสีประจำวันเพื่อความเป็นสิริมงคล นั้นมีมาอย่างยาวนานแล้วค่ะ

    คนสมัยก่อนเรียกการนุ่งห่มนี้ว่า “สวัสดิรักษา

    การนุ่งห่มเริ่มกันตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มักจะนุ่งห่มสไบตัดกับโจงกระเบนคนละสี นิยมแต่งกันเฉพาะชาววังหรือชนชั้นสูงและชาวบ้านต่อมาในภายหลัง โดยสีตามวันนั้นถูกกำหนดมาจากสีประจำตัวเทพยดาพระเคราะห์ประจำวันตามความเชื่อ

    และเดิมทีการแต่งกายนี้มีอยู่ในคำฉันท์ภาษาบาลีชื่อสวัสดิรักษาคำฉันท์แต่คนส่วนมากไม่เข้าใจเพราะมีเนื้อหาที่เข้าถึงได้ยาก สุนทรภู่จึงได้ประพันธ์ “สวัสดิรักษาคำกลอนขึ้นเพื่อให้เข้าใจได้โดยง่ายและเผยแพร่สู่ทุกชนชั้น ในระหว่างปี .. 2364-2367 อีกด้วยค่ะ

     เนื้อความคำกลอนมีอยู่ว่า

    อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ
    ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี

    วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี
    เอาเครื่องสีแดงทรงเป็นมงคล

    เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว
    จะยืนยาวชันษาสถาผล

    อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน
    เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี

    เครื่องวันพุธสุดสีด้วยสีแสด
    กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี

    วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี
    วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม

    วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ
    แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม

    หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม
    ให้ต้องตามสีสรรพ์จึงกันภัย ฯ

    มาดูภาพตัวอย่างชุดสีตามวันกันค่ะ

    วันอาทิตย์

    นุ่งเขียวก้ามปู ห่มดินหลงเทศ

     

     

    วันจันทร์

     นุ่งนวล ห่มมอคราม

     

    วันอังคาร

    นุ่งน้ำหมาก ห่มโศก

     

    วันพุธ

    นุ่งเขียวดิน ห่มจำปา

     

    วันพฤหัสบดี

    นุ่งเสน ห่มตองอ่อน

     

    วันศุกร์

    นุ่งเมฆคราม ห่มจันทร์

     

    วันเสาร์

    นุ่งม่วงเม็ดมะปราง ห่มโศก

     

     

  • ท่านั่งวาดรูป ระยะในการวาด เทคนิค by อ.อะไหล่

    ท่านั่งวาดรูป ระยะในการวาด เทคนิค by อ.อะไหล่

    น้องๆรู้หรือไม่ว่า ท่านั่งวาดรูป และ ระยะในการวาดภาพ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่หลายๆคน มองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ท่าในการนั่ง ระยะในการนั่งอาจจะส่งผลกระทบต่องานศิลปะ และ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของน้องๆในระยะยาว การปรับท่านั่งให้เหมาะสมจึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคเล็กๆ ที่เมื่อทำถูกต้องจะช่วยส่งผลต่อการวาดภาพของน้องๆ สำหรับน้องๆคนที่ไหนที่ปวดคอ ปวดหลัง เพราะนั่งผิดท่า บทความนี้ขอนำเสนอเทคนิคนท่านั่ง ที่น้องๆสามารถทำได้ จาก อ.อะไหล่ มาฝาก อย่ามัวรอช้าไปอ่านในบทความกันเลย!!!!

    ท่านั่งวาดรูป และ ระยะในการวาดภาพส่งผลกับงานศิลปะอย่างไร?

    ท่านั่งวาดรูป

    “ระยะในการมองผลงานจะแปรผันไปกับขนาดของผลงาน”

    น้องๆเคยสังเกตไหมว่า ทำไมเวลาเราวาดภาพใกล้ๆ กับ เวลาวาดภาพภาพไกลๆ มันถึงแตกต่างกัน ทั้งที่ภาพก็อยู่ตรงหน้าเหมือนกัน หลายๆคน มองว่าระยะในการวาด และ ท่านั่งไม่ได้สำคัญ เพราะในการวาดเราใช้มือไม่ได้ใช้สายตา จริงอยู่ที่เราใช้มือในการวาด แต่น้องๆรู้หรือไม่ว่า การวาดรูปไม่ได้ใช้แค่มือในการวาดเท่านั้น แต่การวาดรูปยังใช้ทั้ง ข้อศอก หัวไหล่ ศีรษะ และ สายตา ร่วมกันในการสร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นมา หลายๆคนนั่งผิดวิธีมาตลอด ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้น้องๆวาดรูปออกไม่ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ใช่ว่าน้องๆวาดออกมาไม่สวย แต่เพราะท่านั่งในการวาด และ ระยะการวาดของน้องๆไม่เหมาะสม เลยส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการวาดลดลง ในการวาดรูประยะค่อนข้างมีความสำคัญ

    “สายตาของเรามีการโฟกัสเป็นรัศมีกางออกเหมือนไฟฉาย”

    ถ้าหากน้องๆสามารถจัดการขนาดได้ดี จะส่งผลทำให้ความแม่นยำในการวาดของน้องๆดีมากยิ่งขึ้น หากน้องๆวาดรูปใกล้ๆ จะเลือกนั่งระยะประมาณไหนก็ได้ แต่ถ้าหากน้องๆวาดรูปที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น ระยะการนั่งก็เริ่มจะมีผลต่องานบ้างแล้ว ยิ่งระยะใกล้ยิ่งทำให้เราโฟกัสได้แคบลง ดังนั้นการนั่ง และ ระยะ นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลอย่างมากในการวาดรูปเลยทีเดียว

    • เคยสงสัยไหม ว่าทำไมคนวาดรูปต้องออกไปมองรูปไกลๆ?
    • เคยไหมทำไมวาดรูปออกมาแล้ว พอไปมองไกลๆ ไม่เห็นเป็นเหมือนที่คิดไว้?
    • เคยไหมที่พอวาดรูปไปซักระยะหนึ่ง ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ?
    • เคยเป็นไหมที่บางครั้งวาดรูปตรง แต่ทำไมภาพที่ได้เอียง?
    • เคยเห็นความแตกต่าง ของคนที่สามารถนั่งวาดรูปได้นานๆ กับ คนที่วาดไปแค่นิดเดียว แล้วต้องเปลี่ยนท่าทางบ้างไหม?

     

    ท่านั่งวาดรูป ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

    ท่านั่งวาดรูป

    นอกจากท่านั่งจะส่งผลอย่างมากกับการวาดรูปแล้ว ยังส่งผลในระยะยาวกับสุขภาพด้วย การนั่งที่ผิดวิธี อาจจะส่งผลมากกว่าแค่อาการปวด น้องๆเคยหรือไม่ที่บางทีนั่งๆอยู่ ก็ดันปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ ไปๆมาๆปวดหัว ปวดตาไปด้วย แล้วถ้าหากยังนั่งผิดวิธีต่อไปนานๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น

    • โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่ซึ่งส่งผลทำให้กระดูกยึด หรือ กดทับเส้นประสาทได้ ซึ่งเกิดจากการเจ็บปวดซ้ำๆ และ อาจจะส่งผลกับระบบประสาทอัตโนมัติร่วมด้วย ซึ่งทำให้อาจจะมึนงง รู้สึกช้า ตาหร่า หรือ หูอื้อ ร่วมด้วยได้
    • อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และ โรคอื่นๆ
    • บางคนอาจจะทำให้ ไม่สามารถนั่งวาดรูปได้นาน ต้องขยับลุกบ่อยๆ และ อาจจะทำให้วาดรูปได้แย่ลงเนื่องจากอาการปวดที่ตามมา

    ท่านั่งที่ถูกต้องเป็นอย่างไร แล้วทำไมต้องนั่งให้ถูก!!!

    ท่านั่งในการวาดที่ถูกต้อง คือ การนั่งตัวตรง เพราะจะทำให้เราไม่ปวดหลัง และ ยังช่วยในการจัดระเบียบกระดูกของเราด้วย  ควรพยายามไม่ก้มลงไปเยอะเกิน แต่ให้ใช้การเอียงกระดานวาดรูปแทน ในการวาดรูปที่ถูกต้องเราจะไม่วางกระดานวาดรูปบนโต๊ะ แต่เราจะตั้งกระดานให้พาดไว้กับโต๊ะแทน (ให้ทำมุมกับโต๊ะ) แต่หากวาดภาพที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น อาจจะใช้ขาตั้งรูป เพราะช่วยในการกะระยะ หรือ หากใครมีโต๊ะเขียนแบบ ก็สามารถใช้ได้ น้องๆควรปรับเก้าอี้ให้อยู่ในระยะที่พอดี ไม่สูงเกินไป ไม่ต่ำเกินไปกว่าโต๊ะที่เราใช้ในการวาดรูป เพราะอาจจะทำให้น้องๆปวดคอได้

    >>น้องๆสามารถเข้าไปดูคลิปท่านั่ง และ การกะระยะที่ถูกต้อง จาก อ.อะไหล่ เพิ่มเติมได้ อย่าลืมเข้าไปดูกันนะ Click Here <<

    ทำไมต้องนั่งให้ถูกวิธี?

    • หากเรานั่งให้ถูกต้อง จะทำให้จัดการระยะ และ ขนาดในการวาดได้ดีจะทำให้เราแม่นยำมากยิ่งขึ้น
    • การโฟกัส การกะสัดส่วน และ องค์ประกอบของภาพจะดีมากยิ่งขึ้น
    • ที่สำคัญน้องๆ จะไม่ปวดหลัง ปวดคอ และ เสียสุขภาพ
    • จะทำให้น้องๆ ไม่เสียบุคลิคในการนั่ง

     เรียนศิลปะที่ โรงเรียนสอนศิลปะ VA ดีอย่างไร?

    viridian academy of art (VA) เป็นโรงเรียนสอนศิลปะ ที่มีคอร์สศิลปะให้เลือกมากมาย ทั้งแบบติวสอบเข้ามหาลัย ฝึกทักษะ สร้างงานอดิเรก อีกทั้งยังมีแบบเป็นคอร์ส เรียนศิลปะออนไลน์ ด้วยสำหรับใครที่ไม่สะดวกมาเรียนเอง  หรือ อยากจะใช้เวลาว่างในการเก็บเกี่ยวความรู้ในช่วงนี้ เลือกเรียนศิลปะ เลือกที่ viridian academy of art แล้วน้องๆจะชอบศิลปะมากยิ่งขึ้น

     

    สามารถติดตาม viridian academy of art และ ช่องทางต่างๆได้ดังนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

  • การวาดหุ่นแฟชั่น เทคนิคที่ใครก็เริ่มต้นทำได้กับเรา VA

    การวาดหุ่นแฟชั่น เทคนิคที่ใครก็เริ่มต้นทำได้กับเรา VA

    คณะออกแบบแฟชั่นนับว่าเป็นคณะในฝันของน้องๆหลายๆคน แต่รู้หรือไม่ว่าก่อนที่น้องๆ จะได้เรียนการออกแบบแฟชั่นต่างๆ น้องๆจะต้องผ่าน การวาดหุ่นแฟชั่น ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จำออกแบบแฟชั่นได้ หลายๆคนมองว่า วิธีวาดหุ่นแฟชั่นค่อนข้างยาก เนื่องจากจะต้องมีการวาดข้อต่อ สัดส่วนให้เหมาะสม หรือ อาจจะมองข้ามพื้นฐานในเรื่องนี้ไป ทำให้ขาดทักษะในการวาดหุ่น ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ผลงานที่ออกมาไม่ถูกต้องตามสัดส่วน ซึ่งจะส่งผลต่อชิ้นงานที่จะออกมา บทความนี้พี่ๆ VA เลยจะมาแนะนำ เทคนิคการวาดหุ่นแฟชั่นที่สามารถทำตามได้ ไปอ่าน และ ฝึกตามในบทความกันเลย!!!

    หุ่นแฟชั่น คืออะไร สำคัญอย่างไร?

    การวาดหุ่นแฟชั่น

    มาทำความรู้จักหุ่นแฟชั่นก่อนที่จะไปรู้เทคนิคในการวาดกันดีกว่า หุ่นแฟชั่น คือ หุ่นวาดแบบที่ใช้ในการออกแบบแฟชั่น ซึ่งเป็นการจำลองรูปร่างจากอัตราส่วน สัดส่วนของมนุษย์ เป็นส่วนต่างๆ ได้ 8 – 10 ส่วน (แล้วแต่ว่าออกแบบสำหรับอะไร หากเป็นหุ่นปกติจะใช้ 8 ส่วน แต่ถ้าหากเป็นหุ่นแฟชั่นจะนิยมใช้หุ่น 9-10 ส่วน) ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มส่วนช่วงขาที่ยาวกว่าปกติเข้ามา เพื่อใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างของหุ่น ทั้งหุ่นผู้ชาย และ หุ่นผู้หญิง

    “สวยไม่สวยดูที่หุ่น ถ้าหุ่นสวยจะช่วยเสริมให้เสื้อผ้ายิ่งดูสวย”

    ความสำคัญของหุ่นแฟชั่นที่ทำไมคนออกแบบแฟชั่นจะต้องรู้จัก น้องๆเคยสังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมเวลาโชว์เสื้อผ้าเขาถึงเลือกแต่นางแบบหุ่นดีๆ นั้นก็เพราะรูปทรงที่สวยงามจะช่วยทำให้เสื้อผ้าสวยมากย่ิงขึ้น  ทำให้เวลาน้องๆเดินผ่านแผนกเสื้อผ้า จะเห็นหุ่นโชว์ที่สูง ขายาว เมื่อเสื้อผ้าออกมาสวยยิ่งทำให้คนสนใจ

    เนื่องจากร่างการของมนุษย์มีสัดส่วน ส่วนเว้า ส่วนโค้ง ที่แตกต่างกัน ผู้หญิงจะต้องมีสัดส่วนโครงร่างที่มีรูปทรงมากกว่า ที่ต้องดีไซน์เสื้อผ้าให้เหมาะสม ส่วนผู้ชายก็จะมีโครงร่างที่ใหญ่ แข็งแรงมากกว่า จะต้องออกแบบเสื้อผ้าให้เหมาะ การวาดหุ่นแฟชั่นได้จะช่วยในเรื่องของการออกแบบให้เสื้อผ้า เหมาะกับรูปทรงของเพศนั้นๆได้ นั้นทำให้น้องๆ ที่เรียนออกแบบแฟชั่น จะต้องสามารถวาดหุ่นแฟชั่นได้นั้นเอง

     

    วิธีใน การวาดหุ่นแฟชั่น STEP BY STEP
    การวาดหุ่นแฟชั่น

    หากน้องคนไหนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มวาดจากส่วนไหนก่อน วันนี้มาเริ่มวาดหุ่นแฟชั่นไปพร้อมๆกัน วาดไปทีละสเต็ปกับพี่ๆ VA กันเลย ซึ่งวันนี้จะวาดหุ่นแบบ 9 ส่วน ซึ่งเป็นหุ่นผู้หญิงทรงตรง

    STEP1

    ให้วัดจากหัวกระดาษลงมาประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นให้แบ่งช่องเป็น 9 ช่องตามแนวนอน (ซึ่งจะของเรียกเป็นช่องๆเพื่อให้ง่ายต่อการวาด)โดยให้แต่ละช่องห่างกันประมาณ 1 นิ้ว จากนั้นให้น้องๆลากเส้นแกนแบ่งครึ่งหน้ากระดาษตามแนวตั้งให้สมมาตรกัน ทั้งซ้าย และ ขวา

    STEP2

    สำหรับน้องๆมือใหม่ให้ทำการเขียนเลข และ ระบุว่าช่องนั้นคือสัดส่วนของอะไร เพื่อความง่าย และ สะดวกในการวาด

    • ช่องที่1 – ส่วนหัว (จะแบ่งย่อยๆเป็น 3 ส่วน : ตา จมูก ปาก)
    • ช่องที่2 – ส่วนคอจนถึงไหล่
    • ช่องที่3 – ส่วนอกจนถึงเอว และ ข้อศอก
    • ช่องที่4 – ส่วนของสะโพก
    • ช่องที่5 – ส่วนของสะโพกจนถึงเข่า  , ส่วนของเป้ากางเกง และ มือ
    • ช่องที่6 – ส่วนเข่า
    • ช่องที่7 – ส่วนขา
    • ช่องที่8 – ส่วนข้อเท้า
    • ช่องที่9 – ส่วนเท้า

    STEP3

    เมื่อแบ่งช่องต่างๆแล้ว ให้น้องๆ วาดรูปร่างตามช่องที่ได้แบ่งเอาไว้คร่าวๆก่อน หากเป็นมือใหม่ให้วาดฝั่งใดฝั่งหนึ่งก่อน โดยให้วาดด้วยการยึดหลักของสัดส่วนมนุษย์ที่ช่วงอก เอว สะโพก และ ขาจะต้องโค้งเข้าไป ส่วนของแขนจะวาดให้ยืดตรง หรือ งอเข้าก็ได้ หากเป็นมือใหม่อาจจะวาดเป็นเส้นตรงแล้วค่อยมาเก็บรายละเอียดทีหลังได้ เวลาวาดอาจจะวาดทีละซีกก่อน เพื่อดูว่าสัดส่วนใช่ได้หรือไม่

    STEP4

    หากน้องๆคนไหนวาดเป็นเส้นตรง ให้มาแบ่งสัดส่วนย่อยๆ และ ลงรายละเอียดต่างๆ ดังต่อไปนี้

    • ช่องที่1 – ให้แบ่งครึ่งช่องตามแนวนอน ให้เป็นส่วนของตา และ แบ่งอีกครึ่งล่างเป็น 2 ส่วน คือ จมูก และ ปาก จากนั้นให้วาดหัวเป็นทรง

    • ช่องที่2 – ให้แบ่งส่วนให้ความกว้างคอเท่ากับความกว้างส่วนที่วาดปากแล้วลากลงมา เพื่อวาดเป็นทรงคอลงมา (ความยาวคอ = ความกว้างของช่องที่วาดปาก) จากนั้นให้วาดไหล่ทีละฝั่ง โดยให้ระยะพอๆกับขนาดความกว้างของศีรษะ (ไหล่แต่ละข้าง = หัว)

    • ช่องที่3 – ให้แบ่งครึ่งหนึ่งของไหล่แต่ละฝั่ง ลากลงมาตามแนวเฉียงเข้าหาลำตัว จะได้เป็นส่วนของเอว (เอว = ไหล่หาร2)

    • ช่องที่4 – ให้วาดสะโพกโดยการยึดความกว้างตามขนาดของไหล่ โดยให้วาดโค้งเข้าหาลำตัว

    • ช่องที่5 และ 6 – ให้แบ่งระยะครึ่งหนึ่งของสะโพกล่าง (ปลายของส่วนที่4) โดยวาดให้เส้นเฉียงเข้าหาลำตัว (เข่า = สะโพกหาร2)

    • ช่องที่7 และ 8 – ในส่วนของข้อเท้าให้แบ่งครึ่งหนึ่งของเข่า ในการวาดส่วนนี้ให้วาด ให้มีส่วนโค้งที่เป็นส่วนของน่องนิดหนึ่ง (ข้อเท้า = เข่าหาร2)

    • ช่องที่9 – วาดส่วนของเท้า อาจจะวาดให้เป็นทรงเรียวๆ ตรงๆ

    • ให้วาดแขนเป็นขั้นสุดท้าย – โดยให้ความยาวของแขนจากไหล่ยาวจนถึงส่วนของสะโพกล่าง (ช่องที่2-4) เพื่อเป็นส่วนของแขน และ ให้ยาวมาจนถึงส่วนที่ 5 ประมาณครึ่งเพื่อเป็นส่วนของข้อมือ ซึ่งอาจจะวาดเป็นทรงรี หรือ มีความงุ้มเข้าแล้วแต่คน

    การวาดหุ่นแฟชั่นอาจจะมีการปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์ของผู้ออกแบบ แต่ให้ยึดสัดส่วนดังกล่าว สำหรับมือใหม่หัดเริ่ม

    เปิดประสบการณ์ที่มากกว่าแค่ออกแบบกับ VA

    เพราะเราไม่ใช่แค่สอน แต่ยังช่วยให้น้องๆดึงเอกลักษณ์ของน้องๆออกมา และ พัฒนาให้ดีขึ้น ด้วยครู และ พี่ๆเฉพาะทาง ที่จะช่วยให้น้องๆสามารถทำตามความฝันของน้องๆได้ เพราะพื้นฐานเป็นเรื่องที่สำคัญ เรียนรู้ และ พัฒนาทักษะไปกับเรา เลือกเรียนที่ viridian academy of art

     

    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • สิ่งที่ควรต้องรู้ก่อน เข้าสถาปัตย์ เตรียมตัวอย่างไรถึงดี?

    สิ่งที่ควรต้องรู้ก่อน เข้าสถาปัตย์ เตรียมตัวอย่างไรถึงดี?

    น้องๆหลายๆคน อาจจะต้องเคยรู้สึกท้อใจ เรียนไม่ไหว วาดรูปไม่เก่ง เหนื่อยกับการสอบ เข้าสถาปัตย์ ซึ่งถือว่าเป็นคณะในฝันของน้องๆหลายๆคนที่ชื่นชอบศิลปะ การออกแบบ น้องๆหลายๆคนก็อาจจะเตรียมตัวไม่ถูก เพราะไม่ได้มีพื้นฐานด้านศิลปะมาก่อน แต่มีความชื่นชอบด้านศิลปะ เริ่มตรงไหน ควรทำอะไรก่อน แล้วจะหาความรู้เพิ่มเติมจากที่ไหน เรียงลำดับไม่ถูกจนปวดหัว วันนี้พี่ๆทาง viridian academy of art เลยจะมาแนะนำส่ิงที่น้องๆควรต้องรู้ก่อนสอบเตรียมตัวเข้าสถาปัตย์ ที่จะช่วยให้น้องๆในการเตรียมตัวให้พร้อม จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย!!!!

    มาทำความรู้จักว่า สถาปัตย์คืออะไร กันดีกว่า!!!

    สถาปัตย์ หรือ ชื่อเต็มๆคือ สถาปัตยกรรม (Architecture) คือ ศาสตร์ว่าด้วยเรื่องของการออกแบบสิ่งต่างๆทางกายภาพ โครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างต่างๆ ทั้ง บ้าน ตึกอาคาร สะพาน อนุเสาวรีย์  ทั้งภายใน และ ภายนอก รวมไปถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบๆสิ่งก่อสร้างด้วย ซึ่งคณะสถาปัตย์มีสาขาย่อยๆ และ ชื่อเรียกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น

    สามารถอ่านบทความ คณะสถาปัตย์เรียนเกี่ยวกับอะไร เพิ่มเติมได้

    ถ้าจะเข้าสถาปัตย์ ต้องเรียนสายอะไร?

    เข้าสถาปัตย์

    การจะสอบเข้าคณะสถาปัตย์ แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีการรับนักเรียนในสายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละสายที่รับก็จะขึ้นอยู่กับการสอบแต่ละรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งรูปแบบได้เป็น 4 รูปแบบ

    • ข้อสอบกลางสทศ อันได้แก่ GAT PAT (สอบPAT4) , 9 วิชาสามัญ , O-net และ admission สามารถสมัครได้ทุกสายการเรียน
    • ข้อสอบตรงคณะสถาปัตยกรรม เป็นข้อสอบที่ออกโดยมหาวิทยาลัยนั้นๆ สามารถสมัครได้ทุกสายการเรียน
    • แบบยื่นโควต้า รับเฉพาะสายการเรียนวิทย์-คณิต และ ศิลป์-คำนวณ
    • แบบยื่น Portfolio รับเฉพาะสายการเรียนวิทย์-คณิต และ ศิลป์-คำนวณ และ ศิลป์-ภาษา

    เราชอบสถาปัตย์จริงไหมค้นหาตัวเองก่อน เข้าสถาปัตย์ ?

    เข้าสถาปัตย์

    เริ่มต้นจากการเข้าใจตนเองก่อน ให้น้องๆพิจารณาตนเองว่า น้องๆชอบสถาปัตยกรรมด้านไหน สาขาใดเป็นพิเศษ เช่น น้องชื่นชอบการออกแบบ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายในเป็นพิเศษ แสดงว่าน้องเหมาะสำหรับสาขาสถาปัตยกรรมภายใน เมื่อน้องๆรู้ตัวว่าชอบสาขาไหน จะทำให้น้องๆวางแผนการสอบได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น กว่าการสอบกว้างๆแบบที่ไม่เจาะจงสาขา

    • หมั่นเข้าค่าย หรือทำ work shop เมื่อน้องๆรู้ว่าน้องชื่นชอบสาขาไหนของสถาปัตย์แล้ว ให้น้องๆหาเวลาว่างในการไปเข้าค่าย หรือ work shop ทางด้านสาขาที่น้องๆอยากจะสอบเข้า การเข้าค่ายจะทำให้น้องๆได้เรียนรู้ และ ยังช่วยเพิ่มทักษะในด้านที่น้องๆชอบอีกด้วย ทั้งการวาดภาพ การออกแบบ อีกทั้งยังได้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ และ ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย
    • ฝึกทำข้อสอบ เมื่อแน่ใจแล้วว่าต้องการสอบเข้าคณะสถาปัตย์สาขาที่ต้องการจริงๆ ให้น้องๆ หาข้อสอบที่ต้องใช้ในการสอบมาลองทำ ทั้งข้อสอบความรู้ และ  ข้อสอบความถนัดทางสถาปัตย์(Pat4) โดยให้แบ่งสัดส่วนที่ต้องเน้นตามสัดส่วนคะแนนที่มหาวิทยาลัยคณะ และ สาขานั้นต้องการ (*ข้อสอบและคะแนนอาจมีการปรับเปลี่ยนตามปี มหาวิทยาลัยนั้นๆ)
    • ปรึกษาอาจารย์แนะแนว เมื่อทำการเตรียมตัวเบื้องต้นแล้ว อาจารย์แนะแนวยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนต่อ สอบเข้า การสอบถามกับอาจารย์แนะแนวจะทำให้น้องๆได้รู้ข้อมูลในการสอบเพิ่มเติม
    • จำลองการสอบ ถึงแม้จะได้ฝึกทำข้อสอบมาแล้ว แต่ก็ยังอาจจะไม่สามารถกะเวลา หรือ ยังขาดทักษะในการแก้ปัญหา ให้น้องๆลองทำการจำลองข้อสอบเสมือนจริง ทั้งจากในเว็บไซน์ที่มีการจัดสอบออนไลน์ ในการกะเวลา และ ฝึกโจทย์ใหม่ๆ เพื่อจะได้ช่วยลดความตื่นเต้นในการสอบจริง
    • หาความรู้เพิ่มเติมจาก open house นอกจากการเข้าค่ายที่น้องๆควรจะไปหาประสบการณ์แล้ว การไป open house ยังถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆไม่ควรพลาด โดยเฉพาะกับการไปคณะ มหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบ เพื่อดูสภาพแวดล้อม การเรียนการสอน อีกทั้งยังได้ข้อมูลเพิ่มเติม แนวข้อสอบ รวมไปถึงการได้contactรุ่นพี่ ในการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

    ให้ลองวาดรูป ออกแบบงานบ่อยๆ การฝึกฝนบ่อยๆจะทำให้น้องๆรู้ว่า งานเป็นอย่างไร ภาพรวมของงาน แล้วให้ลองดูว่าเราสามารถทำมันได้ดี และ ชอบมันจริงๆหรือไม่

    ต้องวาดรูปเก่งไหม ทักษะไหนจำเป็น?

    เข้าสถาปัตย์

    คำถามที่น้องๆหลายคน ที่อยากสอบเข้าคณะสถาปัตย์ต้องการรู้มากที่สุด ทักษะไหนจำเป็นในการเรียนสถาปัตย์ มาดูกันเลย

    • ทักษะการวาดรูป แม้ว่าจะมีการออกแบบ ร่างแบบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องวาดรูปอย่างเดียวแม้พื้นฐานการวาดจะไม่เทพมาก แต่เพียงเข้าใจหลักการออกแบบ การเขียนภาพ เพราะเดี๋ยวนี้จะเน้นการใช้ภาพสามมิติมากยิ่งขึ้น
    • ทักษะทางคณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ น้องๆหลายๆคนคงจะงงว่า อุส่าห์หนีวิชาการมาแต่ทำไมต้องมาเจอวิชาการอีก เพราะ โครงสร้างต้องอาศัยการคำนวณ ความแม่นยำสูง (*ขึ้นอยู่กับสาขาและมหาลัยที่เรียนด้วย)
    • ทักษะทางภาษาอังกฤษ เพราะ เนื้อหาของงานออกแบบ ตำรำ ไอเดีย ข้อมูลหลายๆอย่าง มักจะเป็นภาษาอังกฤษ การที่ได้ภาษาจะช่วยให้ง่ายต่อการหาข้อมูล
    • ทักษะอื่นๆ นอกจากการวาดภาพแล้ว ยังต้องอาศัยทักษะในด้านต่างๆ ทั้งการออกแบบ การศึกษาพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม ทฤษฎีโครงสร้าง กฎหมาย และ อีกหลายๆเรื่อง (*ขึ้นอยู่กับสาขาและมหาลัยที่เรียนด้วย)

    เตรียมตัวสอบ เข้าสถาปัตย์ !!!

    ข้อสอบเข้าสถาปัตย์จะมีทั้งแบบ ปรนัยเพื่อวัดความรู้ ที่เป็นเรื่องความรู้ทางศิลปะ แสง เสียง ลม ความร้อน การจัดวางพื้นที่ กฎหมายอาคาร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มิติสัมพันธ์ เรขาคณิต ความเชื่อมโยงต่างๆ ข้อสอบมิติสัมพันธ์แสงเงา (Isometric) ที่จะเป็นเรื่องของมิติ 2-3 มิติ การหาพื้นที่แรงเงา ข้อสอบการออกแบบ2มิติ (Graphic design) เป็นการให้ออกแบบสัญลักษณ์ รูป ตามโจทย์ที่กำหนดไว้ ข้อสอบการออกแบบ3มิติ (Sketch design) ส่วนใหญ่จะเป็นการให้ออกแบบสิ่งใช้สอย ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ ตามโจทย์ที่กำหนดไว้ และ ข้อสอบแบบPerspective ที่โจทย์จะระบุสถานที่ เหตุการณ์ ให้น้องๆวาดออกมา ต้องวาดให้หมดตามที่โจทย์กำหนดเอาไว้

    สามารถอ่านข้อมูล ติวสถาปัตย์นอกจากPAT4 เพิ่มเติมได้

    หากผิดแผนควรเตรียมตัวอย่างไร?

    การวางแผนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้า ควรรีบเตรียมตัวตั้งแต่ต้นๆ อย่างเร็วคือช่วง ม.4 อย่าให้เกิน ม.5 เพราะ การฝึกฝนจำเป็นต้องใช้เวลาในการพัฒนาทักษะ และ หาความรู้เพิ่มเติม ไม่ใช่สิ่งที่จะทำข้ามคืนได้ ดังนั้นหากใครที่เริ่มช้าไป ในช่วงม.5-6 ที่กำลังจะเข้าสู่การสอบ น้องจะต้องพยายามมากขึ้นเป็นพิเศษ หากคนอื่นพยายาม 1 เท่า น้องจะต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นทวีคูณ

    • ให้เร่งทำข้อสอบ โดยให้เลือกการรับสมัครเพียงไม่กี่ที แต่ให้ทุ่มให้สุดตัว ไม่เผื่อเลือกมาก เพราะ การรับแต่ละรูปแบบใช้วิธี และ สัดส่วนคะแนนที่ต่างกัน ทั้งข้อสอบวิชาการ ข้อสอบความถนัด (ศึกษาการรับ คะแนน ให้ดีโดยพยายามอัพเดตให้ใหม่อยู่เสมอ)
    • ฝึกทักษะที่ต้องใช้ในการสอบ หากฝึกพื้นฐานไม่ทัน ให้ใช้ตัวช่วย เช่น เรียนพิเศษ กวดวิชา
    • ลองสอบข้อสอบเสมือนจริงที่เปิดให้ลองสอบ อาจจะเป็นออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ โดยให้น้องๆพยายามเสมือนสอบเข้าจริง เพื่อที่จะได้รู้จุดอ่อนของเรา เช่น เวลาในการทำ การตีโจทย์ ทักษะที่ขาดไป แล้วนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น

    ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี เลือกเรียนที่ VA

    หากน้องๆคนไหนมีความกังวลเรื่องทักษะความรู้ ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี หรือ เตรียมตัวช้า ไม่ได้ฝึกฝีมือตั้งแต่ตอนต้น พี่ๆ viridian academy of art ช่วยน้องได้ เพราะ เราสอนตั้งแต่พื้นฐาน เตรียมตัวน้องให้พร้อมสอบติดคณะที่ใช่ เพราะที่นี่เรียนได้แม้ไม่มีพื้นฐานก็ตาม น้องๆสามารถปรึกษาเพิ่มเติมกับพี่ๆ VA เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

    “เลือกโรงเรียนสอนศิลปะ เลือกเรียนกับVA”

     

     

    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง