Category: นิเทศศิลป์

  • เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์ พื้นฐานกับเรา VA

    เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์ พื้นฐานกับเรา VA

    พื้นฐานการสเก็ตภาพ ถือว่าเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่จำเป็น และ สำคัญที่จะนำไปต่อยอดในอนาคตของหลายๆคณะ สำหรับใครที่กำลังต้องการจะสอบเข้าคณะที่ต้องอาศัยความรู้ทางศิลปะ หากใครที่ยังไม่มีพื้นฐานในส่วนตรงนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี บทความนี้ขอแนะนำคอร์ส เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์ พื้นฐาน ซึ่งเป็นคอร์สที่จะช่วยปูพื้นฐานของน้องตั้งแต่เริ่มต้น ให้สามารถนำไปต่อยอด และ ทำให้น้องๆเตรียมตัวพร้อมที่จะนำไปสอบได้ เนื่องจากช่วงสถานการณ์โควิดทำให้หลายๆคนไม่กล้าที่จะเดินทางออกไปข้างนอกมากนัก พี่ๆทาง viridian จึงได้ออกแบบคอร์สเรียนออนไลน์นี้ขึ้น เพื่อที่น้องๆจะได้ไม่เสียโอกาส ที่จะใช้ในการเตรียมตัวสอบเข้าสำหรับคณะในฝันของน้องๆ อย่าปล่อยให้โอกาสติดมหาลัยหลุดลอย เริ่มก่อนมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะคอร์สของเรา อยู่บ้านก็เรียนได้!!!

    คอร์สbasic sketch เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์

    เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์

    คอร์ส basic sketch เป็นคอร์สพื้นฐานรูปแบบออนไลน์ สำหรับใช้ในการสร้างพื้นฐานการวาดภาพ เพื่อใช้ในการต่อยอดสำหรับงานออกแบบต่างๆ ที่ต้องอาศัยทักษะทางด้านการสเก็ตภาพ ซึ่งคอร์สนี้ถือว่าเป็นคอร์สพื้นฐาน ที่จำเป็นต้องเรียนก่อนที่จะเรียนคอร์สอื่นๆ ที่มีระดับความยากที่ยากมากยิ่งขึ้น อาทิ คอร์สความถนัดทางสถาปัตย์ ออกแบบตกแต่งภายใน เป็นต้น คอร์สนี้จะช่วยปูพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการสเก็ตภาพ พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการบังคับมือในการลงน้ำหนัก พื้นฐานการใช้ตาเพื่อกะระยะของรูปภาพ เพื่อให้เกิดความแม่นยำ พื้นฐานการใช้น้ำหนักเพื่อแยกการร่างภาพ และ เส้นวาดจริง รวมถึงการเสริมพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้น้องๆ เข้าใจโครงสร้าง สัดส่วน รวมถึงฝึกการสังเกตุรายละเอียดของวัคถุที่วาด ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้สำหรับ คณะนิเทศศิลป์ ออกแบบตกแต่งภายใน จิตรกรรม และ สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    คอร์ส basic sketch เหมาะกับใคร

    • น้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลาย 4-6 ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
    • น้องๆที่ซิ่วเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะจิตกรรม คณะนิเทศศิลป์ คณะออกแบบภายใน และ คณะที่ต้องอาศัยทักษะการวาดภาพต่างๆ
    • น้องๆ ที่ต้องการฝึกทักษะพื้นฐานให้แม่นยำ เพื่อนำไปต่อยอดทักษะวาดภาพในระดับที่สูงขึ้น หรือ ต้องใช้ในการทำงานทางด้านศิลปะ

    คอร์สนี้เรียนกี่ครั้ง แต่ละครั้งเมื่อเรียนแล้วจะได้รับอะไรบ้าง?

    คอร์สนี้เป็นคอร์สสำหรับฝึกพื้นฐานการสเก็ตภาพ จำนวน 4 บทซึ่งแบ่งเป็น แบบบรรยาย โดยจะใช้เวลาในการเรียนบทละ 60 นาที และ แบบปฏิบัติเอง 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีการสอนเกล็ดความรู้เสริมรอบด้าน เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถนำไปฝึก และ ปฏิบัติเองได้ โดยการเรียนของเราจะวัดผลโดยการให้ผู้เรียนปฏิบัติงานแล้วส่งงานให้กับอาจารย์ เพื่อที่จะได้ทำการดูภาพรวมมของการเรียนในแต่ละครั้ง นั้นทำให้คอร์สออนไลน์นี้เสมือนเรียนสดกับอาจารย์

    • เรียนบรรยาย เพื่อฝึกพื้นฐานการวางมือ การลงน้ำหนัก เพื่อทำให้ที่น้องๆจะสามารถนำไปใช้กับการปฏิบัติ และ ฝึกฝนได้จริง
    • เรียนปฏิบัติ เพราะศิลปะคือการลงมือทำ นอกจากภาคบรรยายแล้วยังต้องสามารถปฏิบัติได้จริง จึงมีการเรียนภาคปฏิบัติ โดยจะให้น้องๆส่งงานที่ทำการวาดมาเพื่อตรวจประเมินผล เพื่อที่จะสามารถพัฒนาฝีมือไปได้ตรงจุด

    เนื้อหาในการเรียนที่จะได้จากการเรียนคอร์สนี้ มีดังต่อไปนี้

    • หลักการ และ เทคนิคต่างๆในการสเก็ตภาพ
    • การบังคับมือ ในการลงน้ำหนักในการเก็ตภาพ
    • การใช้ตาเพื่อใช้กะระยะ ในการวาดภาพ
    • การใช้น้ำหนักของเส้น เพื่อแยกระหว่างภาพร่าง และ ภาพจริง
    • การทำความรู้จักโครงสร้างต่างๆ สัดส่วน รวมถึงการฝึกสังเกตุรายละเอียดขสกวัตถุที่วาด

    ทำไมต้อง เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์ กับ viridian academy of art

    เรียนสเก็ตภาพ ออนไลน์

    เพราะพื้นฐานการสเก็ตภาพ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องฝึกให้ชำนาญ เนื่องจากภาพต่างๆ ก่อนที่จะกลายเป็นภาพสมบูรณ์แล้ว และ สามารถนำไปใช้ได้ จะต้องอาศัยการขึ้นโครง การกะสัดส่วนของภาพที่ถูกต้อง การเข้าใจโครงสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องอาศัยความสมจริงของภาพ ดังนั้นหากไม่มีพื้นฐานการสเก็ตไม่ว่าจะเป็นภาพร่าง หรือ ภาพจริง ก็จะทำให้ภาพที่ออกมาไม่สมดุล และ ไม่สามารถนำไปใช้งานได้ ดังนั้นน้องๆคนไหนที่ต้องการเตรียมตัว เพื่อสอบเข้า คณะนิเทศศิลป์ คณะออกแบบตกแต่งภายใน คณะจิตรกรรม และ คณะ สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ แล้วยังไม่มีพื้นฐาน หรือ พื้นฐานยังไม่ดี ไม่แม่นยำ โอกาสที่น้องๆจะได้ทำความเข้าใจการสเก็ต และ พัฒนาทักษะของน้องๆมาถึงแล้ว ถึงแม้พื้นฐานของเราจะไม่ดี ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถสู้กับคนอื่นได้ เพียงแค่น้องๆตั้งใจ และ มีการเตรียมตัวที่ดี น้องๆก็มีโอกาสติดมหาลัยที่ใช่ คณะที่ชอบแล้ว เพราะพื้นฐานเป็นเรื่องที่สำคัญ เรียนสเก็ตภาพออนไลน์กับVAเลย อย่าปล่อยให้คณะในฝันเป็นแค่ความฝัน เพราะน้องๆทำได้!!!

    >>สามารถเข้าไปดูรายละเอียด Basic sketch online ได้ที่นี่เลย<<

     

    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ อยู่บ้านก็เรียนได้

    คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ อยู่บ้านก็เรียนได้

    เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะพื้นฐานที่ดีต้องอาศัยการจัดองค์ประกอบที่ดีร่วมด้วย อีกทั้งยังเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับน้องๆที่ต้องการสอบเข้าคณะที่อาศัยทักษะทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น คณะจิตกรรม คณะสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน นิเทศศิลป์ และ คณะอื่นๆที่ต้องอาศัยทักษะทางด้านศิลปะ (ทักษะในการจัดวางออกประกอบต่างๆทั้งรูปทรง สี และ อื่นๆ) นอกจากที่จะต้องมีทักษะในการวาดภาพแล้ว หากน้องๆไม่รู้จักการจัดวางองค์ประกอบ อาจส่งผลให้ผลงานของน้องๆขาดความสมดุล รูปทรงนี้ควรจัดวางอย่างไร? สีโทนนี้ คู่สีนี้สามารถใช้ร่วมกันได้หรือไม่? แม้งานจะสวยเพียงใดแต่องค์ประกอบไม่เอื้ออำนวย ภาพที่ได้ก็ถือว่าไม่สมบูรณ์ อย่าปล่อยให้ทักษะนี้อยู่แค่ที่เดิม มาพัฒนาทักษะองค์ประกอบศิลป์ให้สามารถใช้งานเพื่อต่อยอดได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ อยู่บ้านก็เรียนได้ เพราเราเล็งเห็นว่าทักษะนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่ใครหลายๆคนมองข้าม

    คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ ทักษะที่สำคัญอย่ามองข้าม!!!

    คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์

    “หัวใจสำคัญในการต่อยอดไปสู่งานศิลปะและการออกแบบทุกแขนง”

    คอร์ส basic composition เป็นคอร์สเรียนแบบออนไลน์ ที่จะช่วยปูพื้นฐานที่จำเป็นในการวาดภาพ ในการลงสี ระบายสี ร่างภาพ และ ใช้ในงานศิลปะแทบจะทุกอย่าง องค์ประกอบของงานศิลปะแต่ละชิ้น หากขาดการจัดองค์ประกอบที่ดี จะกลายเป็นงานที่ดีได้อย่างไร เพราะศิลปะไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการจัดวางที่ลงตัวด้วย มาทำความรู้จักกับ “ทัศนธาตุ” และ องค์ประกอบศิลป์ การออกแบบเบื้องต้น ที่จะทำให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์งานศิลป์ งานออกแบบได้ เป็นคอร์สเรียรที่ช่วยให้น้องๆเข้าใจองค์ประกอบ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการออกแบบ อีกทั้งยังจำเป็นต้องใช้สำหรับน้องๆ ที่ต้องการเรียนต่อในคณะที่ใช้ทักษะทางศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น คณะที่ต้องออกแบบงานอย่าง คณะนิเทศศิลป์ คณะที่ต้องอาศัยการจัดวางที่ลงตัวอย่าง สาขาออกแบบตกแต่งภายใน สถาปัตย์ และ คณะอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    คอร์ส Basic composition เหมาะกับใคร

    • น้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลาย 4-6 ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
    • น้องๆที่ซิ่วเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะจิตกรรม คณะนิเทศศิลป์ คณะออกแบบภายใน และ คณะที่ต้องอาศัยทักษะการวาดภาพต่างๆ
    • น้องๆ ที่ต้องการฝึกทักษะพื้นฐานให้แม่นยำ เพื่อนำไปต่อยอดทักษะวาดภาพในระดับที่สูงขึ้น หรือ ต้องใช้ในการทำงานทางด้านศิลปะ

    คอร์สนี้เรียนกี่ครั้ง แต่ละครั้งเมื่อเรียนแล้วจะได้รับอะไรบ้าง?

    คอร์สนี้เป็นคอร์สสำหรับฝึกพื้นฐานการจัดวางองค์ประกอบศิลป์ จำนวน 4 ครั้งซึ่งแบ่งเป็น แบบบรรยาย โดยจะใช้เวลาในการเรียนบทละ 60 นาที และ แบบปฏิบัติเอง 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีการสอนเกล็ดความรู้เสริมรอบด้านในการจัดวางองค์ประกอบศิลป์ เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถนำไปฝึก และ ปฏิบัติเองได้ โดยการเรียนของเราจะวัดผลโดยการให้ผู้เรียนปฏิบัติงานแล้วส่งงานให้กับอาจารย์ เพื่อที่จะได้ทำการดูภาพรวมมของการเรียนในแต่ละครั้ง นั้นทำให้คอร์สออนไลน์นี้เสมือนเรียนสดกับอาจารย์ เราจึงได้เปิด สอนพื้นฐาน องค์ประกอบศิลปะ ออนไลน์ ขึ้นมาเพราะเห็นว่าพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก!!!

    • เรียนบรรยาย ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ น้องๆควรที่จะทราบทฤษฏี โครงสร้างของรูปทรง การจัดวาง ประเภทของโทนสี และ องค์ประกอบหลักๆ ของการวาดภาพต่างๆเสียก่อน เพราะที่จะทำให้สามารถจัดวางองค์ประกอบได้อย่างเหมาะสม และ พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติจริง
    • เรียนปฏิบัติ เพราะศิลปะคือการลงมือทำ นอกจากภาคบรรยายแล้วยังต้องสามารถปฏิบัติได้จริง จึงมีการเรียนภาคปฏิบัติ โดยจะให้น้องๆส่งงานที่ทำการวาดมาเพื่อตรวจประเมินผล เพื่อที่จะสามารถพัฒนาฝีมือไปได้ตรงจุด

    เนื้อหาในการเรียนที่จะได้จากการเรียนคอร์สนี้ มีดังต่อไปนี้

    • หลักการ และ พื้นฐานในการสร้างงานที่จำเป็น
    • การจัดวางทัศนธาตุศิลป์
    • พื้นฐานทฤษฏีสี โทนสี การลงสี
    • การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในงานศิลป์ งานออกแบบ

    ทำไมต้องเรียน คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ กับ VA 

    คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์

    “เพราะพื้นฐานที่ดี จะนำไปสู่การต่อยอดที่ดีในระดับที่สูงขึ้น”

    อย่าปล่อยให้ทักษะนี้หลุดลอยไป เพราะการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งการร่างแบบ ของคณะสถาปัตย์ การออกแบบภายใน การจัดวางองค์ประกอบ ของสาขาออกแบบภายใน การจัดวางภาพ การลงสี ของคณะอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการจัดวางที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับน้องๆ ที่เตรียมตัวสอบเข้าคณะ นิเทศศิลป์ คณะออกแบบตกแต่งภายใน คณะจิตรกรรม และ คณะที่จำเป็นต้องใช้ความรู้ ทักษะในด้านนี้ คอร์สองค์ประกอบศิลป์ ออนไลน์ นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญให้กับน้องๆ ที่ไม่มีพื้นฐาน และ ต้องการเพิ่มทักษะที่จะช่วยให้น้องๆ สามารถสร้างงานศิลปะที่ดีมากยิ่งขึ้นได้ เมื่อน้องๆมีความเข้าใจในเรื่องการจัดองค์ประกอบต่างๆแล้ว จะทำให้งานที่ออกมาของน้องๆ ดีเทียบเท่าผู้มีพรสวรรค์ได้ไม่ยาก

    >>สามารถเข้าไปดูรายละเอียด Basic composition online ได้ที่นี่เลย<<

     


    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้

    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • Drawing ออนไลน์ กับ VA เพราะพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ

    Drawing ออนไลน์ กับ VA เพราะพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ

    เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบันทำให้ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า แต่เนื่องจากทาง viridian academy of art เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นฐานที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้เราสามารถต่อยอด และ ทำให้ง่ายต่อการพัฒนาฝีมือในอนาคต ด้วยเหตุผลนี้เราจึงได้เปิดคอร์ส Drawing ออนไลน์ ขึ้นเพื่อสอนพื้นฐานการดรออิ้งขึ้น อย่าทิ้งเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ใช้ช่วงเวลานี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ฝึกพื้นฐานให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะพื้นฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก!!!

    คอร์สdrawing ออนไลน์ เรียน Basic drawingหลักสูตรเก่งเร็ว

    Drawing ออนไลน์

    คอร์ส basic drawing เป็นคอร์สเรียนพื้นฐานการวาดภาพ ซึ่งเป็นคอร์สเริ่มต้นที่สำคัญก่อนเริ่มเรียนสำหรับทุกๆคอร์ส เนื่องจากคอร์สอื่นๆ จะต้องอาศัยทักษะการดรออิ้ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของพื้นฐาน ที่ต้องใช้ในการวาดภาพ โดยคอร์สเบสิกนี้ เป็นคอร์สที่จะสอนการวาดภาพเบื้องต้น ทั้งการวาดรูปร่าง รูปทรง การลงน้ำหนักมือ และ การลงแสง-เงา ซึ่งถือว่าเป็นทักษะการวาดรูปพื้นฐาน

    คอร์สbasic drawing เหมาะกับใคร

    • น้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลาย 4-6 ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
    • น้องๆที่ซิ่วเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะศิลปกรรม คณะมัณฑนศิลป์ คณะนิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรม คณะจิตกรรม และ คณะที่ต้องอาศัยทักษะการวาดภาพต่างๆ
    • น้องๆ ที่ต้องการฝึกทักษะพื้นฐานให้แม่นยำ เพื่อนำไปต่อยอดทักษะวาดภาพในระดับที่สูงขึ้น หรือ ต้องใช้ในการทำงานทางด้านศิลปะ

    คอร์สนี้เรียนกี่ครั้ง แต่ละครั้งเมื่อเรียนแล้วจะได้รับอะไรบ้าง?

    คอร์สพื้นฐานการวาดภาพนี้ เป็นคอร์สเริ่มต้นสำหรับเรียนต่อในทุกๆคอร์ส ซึ่งจะทำการเรียนทั้งหมดคอร์สละ 8 ครั้ง โดยจะเรียนทั้งหมด 8 บท ซึ่งแบ่งเป็น แบบบรรยาย โดยจะใช้เวลาในการเรียนบทละ 30-60 นาที และ แบบปฏิบัติเอง 3-4 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีการสอนเกล็ดความรู้เสริมรอบด้านในการวาดรูปให้ครบถ้วน เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถนำไปฝึก และ ปฏิบัติเองได้ โดยการเรียนของเราจะวัดผลโดยการให้ผู้เรียนปฏิบัติงานแล้วส่งงานให้กับอาจารย์ เพื่อที่จะได้ทำการดูภาพรวมมของการเรียนในแต่ละครั้ง นั้นทำให้คอร์สออนไลน์นี้เสมือนเรียนสดกับอาจารย์

    • เรียนบรรยาย เพื่อให้ทราบถึงทฤษีต่างๆ ความเป็นมาของโครงสร้าง รูปร่างต่างๆ อีกทั้งเทคนิค และ เกล็ดความรู้เพิ่มเติม ที่สามารถนำไปใช้กับการปฏิบัติ และ ฝึกฝนได้จริง
    • เรียนปฏิบัติ เพราะศิลปะคือการลงมือทำ นอกจากภาคบรรยายแล้วยังต้องสามารถปฏิบัติได้จริง จึงมีการเรียนภาคปฏิบัติ โดยจะให้น้องๆส่งงานที่ทำการวาดมาเพื่อตรวจประเมินผล เพื่อที่จะสามารถพัฒนาฝีมือไปได้ตรงจุด

    เนื้อหาในการเรียนที่จะได้จากการเรียนคอร์สนี้ มีดังต่อไปนี้

    • หลักการวาดภาพพื้นฐาน และ รูปทรงพื้นฐาน
    • การขึ้นโครงสร้างรูปวงกลม รูปทรงรี
    • การวาดรูปทรงต่างๆ พื้นฐานที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงกรวย , รูปทรงกลม , รูปทรงกระบอก , รูปทรงลูกบาศก์ และ รูปทรงพื้นฐาน
    • การลงน้ำหนักมือแบบต่างๆ และ การลงแรงเงาพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคณะที่ต้องอาศัยทักษะการวาดภาพ
    • การนำไปประยุกต์ใช้ในการวาดภาพต่างๆ และ เทคนิคพื้นฐานที่จำเป็นในการวาดภาพ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดผลงานจากคอร์สพื้นฐานได้

     

    ทำไมต้องเรียน drawing ออนไลน์ กับ viridian academy of art

    การที่เราจะวาดรูปออกมาได้ดี จำเป็นต้องอาศัยประสาทสัมผัสต่างๆในการวาด นั้นคือ  ตา และ มือ รวมถึง สมองอีกด้วย มารู้จัก Contour drawing เบสิกของการดรออิ้ง โดยสมองเป็นส่วนที่สำคัญ ในการวาดภาพจึงต้องมีสมาธิดีๆ นั้นจะทำให้สมองมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น contour drawing จะช่วยในการสร้างสมาธิ โดยอาจจะวาดสิ่งที่มีโครงสร้างง่ายๆ ดีเทลน้อยๆ แล้วค่อยๆไปถึงสิ่งที่มีดีเทลเยอะๆ ในการวาดให้มือกับตาสัมพันธ์กัน ตาไปทางไหนมือก็ไปทางเดียวกัน จากนั้นให้ค่อยๆเคลื่อนไปเรื่อยๆ โดยไม่ยกมือ สามารถซ้ำเส้นที่ลากผ่านไปแล้วได้ โดยน้องๆสามารถดูว่าตากับมือของน้องๆสัมพันธ์กันหรือไม่ โดยให้ดูรูปว่ามีรายละเอียดที่เชื่อมกันหรือไม่

    >>โดยน้องๆสามารถเข้าไปดูคลิปเต็มๆ contour drawing ที่นี่เลย<<

    “ไม่ใช่แค่เรียน แต่ต้องปฏิบัติได้จริง”

    เนื่องจากพื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญ หากพื้นฐานไม่ดี จะส่งผลทำให้การเรียนคอร์สที่สูงขึ้น  อีกทั้งการนำพื้นฐานมาประยุกต์ใช้กับทักษะที่อื่นๆ มีปัญหาได้ หากพื้นฐานรูปทรงต่างๆ การลงน้ำหนักมือไม่ได้ จะทำให้ภาพที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ เราจึงจัดทำคอร์สออนไลน์ พื้นฐานการดรออิ้ง ที่จะช่วยทำให้น้องๆ มีทักษะในการเริ่มต้นที่ดี และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสเก็ตช์ภาพ ทักษะการวาดเส้น ทักษะการลงสี ทักษะการออกแบบ และ ทักษะอื่นๆที่จำเป็น อีกทั้งยังเป็นคอร์สที่สอนสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่น้องๆควรที่จะรู้ ก่อนที่จะไปเรียนในคอร์ส หรือ ระดับที่สูงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งพี่ๆ viridian academy of art ยังเป็นพี่ที่จบจากคณะทางด้านศิลปะมาตรงๆ และ มีประสบการณ์ในการเตรียมตัวมาก่อนทำให้สามารถเข้าใจ และ ปูพื้นฐานได้ตรงจุด อีกทั้งหลักสูตรนี้ยังเป็นหลักสูตรเก่งเร็ววาดรูปด้วยสมองซีกขวา ที่ได้คีดบาเรียนที่สำคัญมาเพื่อให้น้องๆ สามารถนำความรู้ไปฝึก และ ปฏิบัติได้เอง นอกจากนั้นยังมีการประเมินผลงานการปฏิบัติงานที่ได้จากการเรียน เพื่อดูภาพรวมของงานในแต่ละสัปดาห์อีกด้วย

     

    >>สามารถเข้าไปดูรายละเอียด Basic drawing online ได้ที่นี่เลย<<

     

     


    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • รีวิวนิเทศศิลป์ กับ “ออม” บอกหมดในสิ่งที่คนอยากรู้

    รีวิวนิเทศศิลป์ กับ “ออม” บอกหมดในสิ่งที่คนอยากรู้

    สวัสดีค่ะน้องๆ มีน้องๆหลายคนที่กำลังเตรียมตัวสำหรับจะสอบเขานิเทศศิลป์ หรือ กำลังลังเลในการสอบเข้านิเทศศิลป์ บทความนี้พี่จะมา รีวิวนิเทศศิลป์ พร้อมบอกหมดเปลือกในสิ่งที่หลายๆคนอยากรู้ที่สุด ในการเตรียมตัวสำหรับการสอบ แต่จะมีอะไรกันบ้าง ต้องไปอ่านในบทความกันนะคะ

    จุดเริ่มต้นของพี่ในการเตรียมตัวสอบเข้านิเทศศิลป์

    แรกเริ่ม

    รีวิวนิเทศศิลป์

    เริ่มจากที่เราไม่มีพื้นฐานในการวาดภาพมาก่อน เลยคิดว่าต้องเรียน เพราะเดี๋ยวสู้ใครเขาไม่ได้ ตอนแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่ก็กะว่าจะเรียนนิเทศศิลป์คอร์สเดียวพอแล้วไปฝึกเพิ่มเอง เนื่องจากเราต้องเดินทางมาจากราชบุรีด้วย มันก็ลำบากเรื่องเดินทางเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอนนั้นที่เราเรียนคอร์สนึงมี8ครั้ง ครั้งแรกเข้ามาตอนนั้นพี่อะไหล่สอน เริ่มด้วยพื้นฐานก่อนเลย การจัดองค์ประกอบศิลป์ การวางน้ำหนักในงานใช้รูปร่างรูปทรง ทุกครั้งที่มาเรียนไม่ว่าจะคอร์สไหนก็จะมีการบ้านให้กลับไปฝึกฝนตลอด มันดีตรงนี้แหละไม่ใช่แค่เรียนวันเดียวแล้วจบถ้าไม่ฝึกมันจะได้อะไร ครั้งต่อๆมาก็จะมีพี่ไอซ์มาสอน จะเรียนเกี่ยวกับสื่อสารอารมณ์mood&toneมากขึ้น การใช้สีในการสื่อสารต่างๆ เพราะนิเทศศิลป์คือการออกแบบเพื่อการสื่อสารตรงนี้เลยสำคัญ เพราะมันเป็นการสื่อความรู้สึกพื้นฐาน ต่อมาก็จะเน้นการออกแบบมากขึ้น

    พอเราเรียนจบคอร์สนึงเราก็แบบเฮ้ย ไม่ได้แล้วว่ะถ้าจะเข้านิเทศศิลป์ของศิลปากรติวแค่นี้ไม่พอ การแข่งขันมันสูงมากถ้าเราไปด้นเองไม่น่ารอดแล้วอีกอย่างที่VAก็มีพี่ๆที่จบมาโดยตรง  ปรับพื้นฐานแนะแนวทางให้เราได้มันก็ดีกว่าไปดำน้ำเอาเองอยู่แล้ว ก็เลยคุยกับที่บ้านว่าขอเรียนไปเรื่อย ๆ จนถึงสอบนะ ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ ก็สนับสนุนเพราะเค้ารู้ว่าเราตั้งใจเรียนด้วยแหละ 

    เตรียมตัว

    รีวิวนิเทศศิลป์ การเตรียมตัว

    พอถึงช่วงก่อนสอบอันนี้เครียดของจริง เราติวกันจริงจังมากถึงขั้นค้างคืนที่VAกับเพื่อนๆเลย ตื่นมาเช้าซ้อมเหมือนเตรียมสอบ บ่ายก็Drawing ค่ำๆก็นั่งทำโจทย์นิเทศต่อจนพี่อะไหล่มาไล่ไปนอนถึงได้นอน ดุเดือดสุดช่วงนั้นเครียดจัด ๆ ตอนติวเรารู้สึกว่าคุณภาพงานตัวเองมันอยู่กลางๆ บางทีก็ขึ้นๆลงๆแล้วแต่โจทย์ แต่ด้วยความที่ได้ติวได้ทำโจทย์หลายรูปแบบมันก็เพียงพอที่จะเอาไปสอบแล้วผ่านแน่ๆ แต่เรื่องติดไหมก็วัดกันที่ไหวพริบหน้างาน ตอนนั้นติวก็แอบร้องไห้นะ ก็เครียดเนอะทำไงได้ แต่ก็พยายามโฟกัสแค่ว่าต้องฝึกเยอะๆ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ คือเราสมัครสอบไปแค่นิเทศศิลป์ของศิลปากรที่เดียวด้วยไง มันเลยยิ่งกดดัน ไม่ได้สมัครที่อื่นเหมือนเพื่อนๆ 

    สอบจริง

    รีวิวนิเทศศิลป์ สอบจริง

    พอถึงวันสอบก็แบบ เอาวะติวมาขนาดนี้แล้วต้องได้แหละวะตอนสอบในใจคิดอย่างเดียวคือตีโจทย์ให้แตกเพราะนิเทศศิลป์คือออกแบบเพื่อการสื่อสารดังนั้นต้องตีโจทย์ให้แตกตามที่พี่ ๆ พร่ำสอน พอเจอโจทย์ปุ๊บก็เข้าทางเลยเพราะพี่เต้เคยให้ทำโจทย์คล้าย ๆ กันแต่ก็ง่ายกว่าของพี่เต้ ตอนทำเค้าให้เวลา 2 ชั่วโมง เราตีโจทย์กับออกแบบไป 1 ชั่วโมงเต็มแล้วค่อยวาดอีก 1 ชั่วโมง ขนาดงานมันไม่ใหญ่ด้วยเลยแบ่งเวลาไปคิดได้เยอะ ในใจคิดว่า เราตีโจทย์แตก นะสื่อสารตรงอยู่แล้วภาพประกอบก็เข้าใจง่ายเลยแอบคิดว่า ติดแน่ แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะมันดูมั่นไป แต่เราก็ติดตามที่เรามั่นใจจริงๆ ได้ 100 เต็มเลย เพื่อนๆก็ติดกันแทบทุกคนเลย เย่ ในที่สุดผลของความพยายามทำงานแล้ว ดีใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคิด ต้องขอบคุณพี่ ๆ ที่ช่วยติวให้เลย เพราะถ้าเราไปดำน้ำเองไม่รอดแน่ นี่คือข้อดีของการเตรียมพร้อมจริงๆ 

    รีวิวนิเทศศิลป์ การสอบจริงเดือดแค่ไหน!!!

    ตึกที่สอบ

    วันสอบคนเยอะมาก เรารู้สึกกดดันมากแล้วก็ตื่นเต้นสุดๆ สนามสอบจัดที่โรงเรียนวัดดุสิตาราม ตอนนี้เราจำชื่อตึกกับเลขห้องสอบไม่ได้แล้ว แต่ตอนนั้นก่อนจะเริ่มสอบ เราไปไหว้พระกับเพื่อนหน้าโรงเรียนขอให้สอบติด ข้างหน้าโรงเรียนมีเครื่องเขียนมาขายด้วยสำหรับใครที่ไม่ได้พกมา พอถึงเวลาเข้าห้องสอบก็แยกไปตามแต่ละห้องที่ตัวเองสอบ

    สภาพห้องสอบ

    ด้วยความที่ใช้สถานที่ที่เป็นโรงเรียนสอบ ทำให้ห้องสอบเป็นเหมือนกับห้องเรียนทั่วไป ตอนสอบ drawing เรานั่งใกล้ๆประตู แสงแย่มากถึงมากที่สุด แล้วในห้องก็เปิดไฟอีก ตอนสอบเลยคิดว่าต้องเมคงานให้ดูดีกว่าของจริง ต้องจัดแสงเอาในหัวใช้ภาพจำจากที่เคยเรียนมาก วาดเสร็จก่อนเวลานิดหน่อยพอดูภาพรวมแล้วรู้สึกว่าทำได้ดีเลย แต่ใช้เทคนิคถู สอบผ่านแต่คะแนนเลยไม่เยอะ เพราะอาจารย์ชอบงานสานเส้น  ส่วนการสอบนิเทศศิลป์ สภาพห้องสอบไม่มีผลมากเท่าไหร่ แต่พื้นที่ในการวางอุปกรณ์ไม่พอ เพราะเป็นแค่โต๊ะนักเรียนเล็ก ๆ บางคนเลยนั่งพื้น หลังสอบเสร็จโล่งมากคิดว่าน่าจะผ่านไปด้วยดี พอประกาศผลในที่สุดก็ติด เย่!!!!

    การถูกสัมภาษณ์

    พอถึงวันสัมภาษณ์ เค้าให้นักเรียนทุกคนไปรวมเป็นห้องๆ แล้วเรียกไปสัมภาษณ์ครั้งละ 4 คน อาจารย์ที่สัมภาษณ์ ถ้าจำไม่ผิดมีประมาณ 4 – 6 คน มีหัวหน้าภาควิชาอยู่ด้วย คำถามแรกที่ถามคือ ให้แนะนำตัว ต่อมาก็ถามเรื่องความสนใจ ถามเกรด รู้จักคณะนี้ได้ยังไง ก็ประมาณนี้ เป็นคำถามเบสิกในการสัมภาษณ์ทั่วไป

    เข้าไปอยู่ในคณะแล้วเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างไร

     คณะนี้เรียนทั้งหมด 4 ปี  ปี 1 เรียนที่วิทยาเขตสนามจันทร์ ปี 2 – 4 เรียนที่วิทยาเขตท่าพระจันทร์ หลังจากที่ได้เข้ามาเรียน ปี 1 เรียนที่สนามจันทร์ ลำบากเรื่องการเดินทางไปคณะ เพราะมันอยู่ท้ายสุดของมหาลัย อากาศก็ร้อนมาก กันแดดเอาไม่อยู่ทุกคนเกรียมกรอบ เพื่อนๆ ในภาคนิเทศดีมาก ไม่มีทะเลาะกันเหมือนภาคอื่นๆ ภาคนิเทศเหมือนรวมคนที่นิสัยคล้าย ๆ กันไว้ด้วยกัน

    การบ้านเยอะมาก!!! เพราะเป็นช่วงปรับตัวจากมัธยมแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เยอะขนาดนั้น ปี 3 เหนื่อยสุด พอเรียนไปเรื่อย ๆ ก็จะปรับตัวได้เอง ปี 2 ย้ายมาเรียนที่ท่าพระ สภาพแวดล้อมแย่กว่าเดิม เพราะมหาลัยก่อสร้างอยู่ ฝุ่นก็เยอะ วันดีคืนดีอาจมีเหล็กหล่นมาเสียบหัว แต่การเดินทางไม่ร้อนเท่านครปฐมเพราะมีรถเมย์ แต่ก็รถติดอยู่ดี แต่ห้องเรียนใหม่กว่าที่สนามจันทร์เพราะทำห้องใหม่ แต่การย้ายมาท่าพระ ก็สะดวกเรื่องที่ฝึกงาน เพราะบริษัทฝึกงานส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ

    ภาพรวมคณะเป็นอย่างไรบ้าง?

    ในภาพรวม คณะนี้ไม่ได้ดีเท่าไหร่ มีบางวิชาที่รู้สึกเรียนแล้วคุ้มค่า แต่บางวิชาก็ไม่ค่อยได้อะไรเลย อาจรย์บางคนชอบให้ทำงานไทย ๆ  ซึ่งน่าเบื่อเพราะมันเยอะเกิน แต่ถ้าใครสนใจเรื่อง Typography , Drawing , Figure , Painting , เขียนบท และ Concept Art อันนี้อาจารย์สอนดีมาก คุ้มค่าต่อการเสียค่าเทอม วิชาอื่นก็ไม่ถึงกับแย่แต่บางทีก็น่าเบื่อบ้าง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคนด้วย แต่วิชาที่แนะนำไปข้างต้น คุ้มจริง ๆ อันนี้ทุกคนในภาคพูดเหมือนกันหมด แต่ปี 4 อาจจะมีวิชาที่น่าเรียนด้วยเหมือนกันแต่ยังไม่ได้เรียนตอนนี้อยู่ปี 3 ตอนนี้ทางภาควิชากำลังปรับหลักสูตร ในอนาคตน่าจะน่าเรียนมากขึ้นและมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วย

    ประสบการณ์การสอบ จาก พี่ออม นักเรียนของ Varidian Academy Of Art

     

     


    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้
    ครูอะไหล่
    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • การเรียนศิลปะ มีคุณค่าอย่างไร ทำไมต้องเรียนศิลปะ?

    การเรียนศิลปะ มีคุณค่าอย่างไร ทำไมต้องเรียนศิลปะ?

    การเรียนศิลปะ อาจเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคน ในประเทศไทยยังไม่ค่อยรู้ ว่าการถูกวาดนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน คนไทยมักจะมองว่าศิลปะเป็นเรื่องที่ง่าย และ ไม่สำคัญเท่ากับศาสตร์อื่นๆ ซึ่งต่างจากคนที่อยู่ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับศิลปะ และ มีความเข้าใจ ที่ดีว่าการถูกวาดนั้นเป็นเรื่องที่พิเศษมาก

    การเรียนศิลปะ

    คุณค่าของ “การเรียนศิลปะ”

    เมื่อคุณอ่านบทความนี้ จะทำให้เปลี่ยนความคิด เมื่อคุณได้รับภาพวาดไปแล้ว จะทำให้คุณจะดูแลมันเป็นอย่างดี  ไม่เอาไปขยำ หรือ แซวคนวาดด้วยมุกที่ไม่เข้าท่า ไม่ว่าภาพนั้นจะออกมาเหมือน หรือ ไม่เหมือนก็ตาม คนวาดจะเก่ง หรือ ไม่เก่ง ถ้าเขาได้วาดให้คุณแล้ว นั้นแสดงว่า “เขาใส่ใจ

    ผมเข้าใจเรื่องความแตกต่าง ตรงจุดนี้เมื่อนานมาแล้ว มีน้องคนหนึ่งเขาเป็นนางแบบจากรัสเซีย ชื่อ ยูเรีย สวย และ น่ารักมาก ทักมาหาผม และ ขอให้ผมวาดรูปเขา และ เน้นยำกับผมว่าต้องวาดสดเท่านั้น ผมไม่รีรอ เพราะ เขาสวย (แอบหัวเราะในใจ) เขามาหาผมที่โรงเรียน แล้วเราก็เริ่มวาดกัน ผมบอกว่านั่งนานนะ ของเวลาซัก 3 ชั่วโมงเพราะผมไม่เก่ง

     

    ในครั้งนั้น ผมประหลาดใจมาก ยูเรียนั่งยิ้มตลอด3ชั่วโมง โดยที่แววตาเปล่งประกายตลอดเวลา ผมบอกว่าพักยิ้มบ้าง หรือ จะพักเดินบ้างมั้ย เขาบอกว่า “ไม่” เขาดูตื่นเต้นมาก เหมือนตอนเวลาที่สาวไทยเจอกล้องกำลังเล็งไปที่เขา  เขาก็จะสวยขึ้นมาทันที แต่นี่คือ นั่งสามชั่วโมง ต่างจากคนไทยที่เวลาเริ่มวาดแล้วเหี่ยวเฉาลงทุกที ไม่ก็หยิบมือถือมากด หรือ หันไปทำนั่นนู่นนี่ จนทำให้คนวาดเกิดความลำบาก และ หมดอารมณ์ในการวาด

     

    เมื่อผมวาดเสร็จ ผมยอมรับว่ามันไม่เหมือนเท่าไหร่ แต่ผมมีความสุขมาก และ สนุกมากๆ แต่มันหมดเวลาแล้ว และ น้องยูเรียดูจะหมดแรง ภายใต้รอยยิ้มอิ่มเอม ผมเห็นสีของเลือดในหน้าของเขาว่ามันซีดลง ศิลปินทุกคนเห็นแน่นอน คนทั่วไปอาจไม่เห็นว่ามันต่างกัน แล้วน้องหน้าสดมา เขาหมดแรงแล้ว ผมเลยเลิก นั่นคือ ความท้าทายของ การวาดสด มันมีเงื่อนไขของเวลา ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ที่จะให้ยูเรียดูภาพ แล้วเขาก็วิ่งกระโดดเหย็งๆ มาดูภาพตัวเอง ผมมองหน้าน้อง ที่ดีใจแบบโอ้วว้าวมายก็อด ผมงง ว่ามึงดีใจอะไรมันไม่ได้เพอร์เฟคขนาดนั้น น้องเอาแต่บอกแต้งค์กิ้วๆ อิทบิวตี้ฟูล กุ้มรูปผมไว้ที่หน้าอกแล้วย่อตัว ผมนี่เขิลเลย เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้น คือ ผมส่งภาพให้เขา น้องทำงงครับ ผมบอกว่าไอกีฟยู น้องบอกเรียลลี่ ? “Yes “ผมตอบ มึงประหลาดใจอะไร กูวาดมึงรูปมึงก็ต้องเก็บไว้สิ คือ น้องแค่จะมาเป็นแบบให้เฉยๆ แค่อยากถูกวาด ไม่คิดว่าจะได้รูป แค่อยากได้เห็นรูปตัวเองจากผม ผมนี่ลอยไปในอวกาศเลย ค่าตัวน้องเขา ถ้าจะเอาไปเป็นนางแบบเนี่ยก็เยอะนะ แต่จะมาเป็นแบบให้ผมฟรีเนี่ย มันผิดกันนะ นั่นทำให้ผมเข้าใจว่า เขาเห็นคุณค่ามันมากขนาดไหน

    ความชอบต่อศิลปะ

    ผมชอบวาดคนมาก และ ต้องเจอเรื่องการที่แบบไม่ใส่ใจ ที่จะเป็นแบบที่สวยงาม ผิดกับการเป็นแบบให้ตากล้อง ซึ่งเขาใส่ใจมาก ผมต้องต่อสู้กับตัวเอง และ จำภาพเขาเหล่านั้น ในจินตนาการ และ กำหนดว่าเขางดงามยังไง ซึ่งนั่นมันไม่ใช่เขา ผมวาดคนในหัวผม คุณได้ไปนั่นก็ไม่ใช่คุณจริงๆ ถึงมันจะเหมือนคุณก็เถอะ อย่าได้ภาคภูมิใจว่ารูปภาพแบบนั้นมัน คือ ตัวคุณ มันก็แค่รูปที่สวยๆ หรือ เหมือนเท่านั้น คราวนี้จะเล่าว่ามันต่างกันยังไง

    ความแตกต่างของภาพวาดและภาพถ่าย

    เวลาเราถ่ายรูป ด้วยกล้องมือถือ กดปุ่มทีเดียวแล้วเอากลับไปแต่งภาพในแอป ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ได้รูปออกมาหลายร้อยรูปแล้ว

    จิตรกรวาดรูปเดียว ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเป็นนาที ยิ่งนานยิ่งต้องทุ่มเท ลั่นฝีแปรง หรือ ดินสอไปกี่สโตรก เกินร้อย เขาเพ่งมองคุณนานกว่าแฟนคุณมองตัวคุณเอง เขาต่อสู้กับตัวเองให้เอาชนะความงดงามของตัวคุณให้ได้ เพื่อบันทึกภาพคุณผ่านความรู้สึกของเขาที่เห็นสีหน้าคุณ ร่องรอยรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร ลงไปในกระดาษโง่ๆ เศษกระดาษโง่ๆ ที่แวนโก๊ะห์สเก็ตโสเภณีที่ตัวเองรัก ซึ่งมันมีค่าหลายล้าน ไม่ใช่เพราะชื่อของแวนโก๊ะห์ แต่เพราะ งานแวนโก๊ะห์ที่ถึงมันจะไม่เหมือนดังรูปถ่าย แต่มันมีความใส่ใจ ความเป็นตัวตน และ ความรู้สึกของเขาที่แตกต่างกันออกไป

    “ศิลปิน และ จิตรกรจะมีปัญหาเรื่อง ตา และ หลัง จากการวาดรูป เป็นการอุทิศตัวเพื่อให้เกิดภาพที่มีคุณค่า”

    แต่สิ่งที่ผมพบเจอเป็นประจำ คือ การเห็นคนถูกวาดหยิบกระดาษไปพับ ขยำลงไปในกระเป๋า หรือ คำแซวสิ้นคิด ต่างๆนานา หลายครั้งผมเห็นสีหน้าของคนวาดว่ามีอาการแย่มากจากพฤติกรรมเหล่านั้นที่ไม่เห็นคุณค่าจากภาพวาดที่ได้รับ ผมเห็นน้ำตาของเด็กที่กำลังหัดวาด เขาตั้งใจวาดกว่าผมด้วยซ้ำ แค่ฝึกมาไม่พอ บางคนกลับบ้านไปนอนไม่หลับ จะพูดอะไรก็ระวังปากไว้หน่อยครับ มันมีผลลัพธ์ที่รุนแรงกว่าความไม่รู้อะไรเยอะ

    กระดาษมันอาจไม่มีค่า แต่พอมีรูปที่วาดลงไปแล้ว มันมีค่าเท่ากับความตั้งใจใส่ใจของคนวาด ถ้าไม่เห็นค่าก็คงเป็นคนไร้จิตใจที่อ่อนโยน ไร้จิตวิญญาณมองหาแต่วัตถุทางกาย ขนาดคนยุคหินหรือคนป่ายังวาดรูปบนฝ่าผนังถ้ำให้คุณค่ากับมัน แล้วเราไม่เห็นค่าของศิลปะจรรโลงโลกมันแย่กว่าคำว่า บาบาเรี่ยน อีกนะครับ

    เราเห็นบุคคลสำคัญหลายคนนั้นถูกวาด และ สร้างสรรค์มากมายจากศิลปิน จิตรกร นั่นคือเมื่อเขามีความสำคัญ เขาจึงถูกยกย่องและสรรเสริญด้วยศิลปะ ภาพวาด ภาพถ่าย คนที่ได้ภาพไปไม่ว่าจะฟรีหรือจ่ายเงิน คนนั้นลดคุณค่าของภาพนั้นเองด้วยการมองไม่เห็นคุณค่าของภาพวาดนั้น

    สำหรับคุณค่าของรูปที่วาดน้องยูเรีย แค่น้องมาจุ๊บแก้มผม แล้วดีใจที่ได้รูปไป แค่นี้ผมก็พอใจละครับ

     

     


    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้
    ครูอะไหล่
    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • ข้อสอบมัณฑนศิลป์ – วิเคราะห์ข้อสอบวาดเส้น

    ข้อสอบมัณฑนศิลป์ – วิเคราะห์ข้อสอบวาดเส้น

    ข้อสอบมัณฑนศิลป์ หรือ สอบวาดเส้นมัณฑนศิลป์ จากหลายๆปีที่ผ่านมา ถ้าเรามานั่งวิเคราะห์ข้อสอบกันดีๆ ทำให้รู้ว่า ทางคณะกรรมการ ข้อสอบวาดเส้น จะออกข้อสอบว่าเพื่อ วัดความเข้าใจในการวาดเส้นทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อสอบ 3-5 ปีหลังมานี้ เพื่อเป็นสิ่งที่คัดกรอง สำหรับคัดเลือกเพื่อรับคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ ให้สอบผ่าน และ ได้คะแนนดีๆ ทั้งนั้นครับ นั้นทำให้เราจำเป็นที่จะต้องรู้ เพื่อใช้ในการทำข้อสอบวาดเส้น

     

    ฝึกฝีมือเพื่อข้อสอบวาดเส้น

    “น้องๆคนไหน ที่ตั้งใจอยากเข้าคณะมัณฑนศิลป์ ควรฝึกฝนวาดเส้นในแบบที่เข้าใจมันแบบรอบด้าน” ยกตัวอย่างเช่น การวาดเส้นภาพมือ น้องไม่ควรฝึกมันแค่มุมเดียวหรือจำมาวาดนะครับ

    ข้อสอบมัณฑนศิลป์

     

    น้องหลายคนทำข้อสอบปี 2558 ไม่ได้เพราะฝึกมาแค่ด้านข้าง แต่โจทย์บังคับท่าและมุมด้าน 45องศามาให้ ใครทำผิดไปจากที่โจทย์กำหนด “ถึงจะวาดได้ดีและเก่งแค่ไหน ก็โดนตัดคะแนนไปเยอะมากนะครับ”

     

    ทำอย่างไรถึงจะได้คะแนน “ข้อสอบมัณฑนศิลป์” ดี ?

    จากคะแนนของ น้องที่ V.A.A. ที่ผ่านมา ทั้งหมด 18 คน

    • สอบผ่าน ข้อสอบวาดเส้นมัณฑนศิลป์ ทุกคน
    • มีทั้งคนที่เก่ง มีฝีมืออยู่แล้ว และ คนที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน
    • ที่สำคัญคือ น้องคนที่ได้คะแนนสูง กลับเป็นคนที่ทำตรงโจทย์โดยไม่เปลี่ยนแปลงโจทย์ แม้ “คนที่ทักษะไม่สูงแต่มีความเข้าใจก็สามารถทำคะแนนให้สูงได้เช่นกัน” กลับกันกับคนที่เก่งแต่ผิดโจทย์ ก็โดนตัดคะแนนตามความเหมาะสม ซึ่งจะได้คะแนนน้อยกว่า

    การตีโจทย์ให้ออก นับเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ควรต้องมี เพราะว่า หากตีโจทย์พลาดนั้นเท่ากับว่า “ทำข้อสอบผิด” ถึงงานจะสวยแค่ไหน แต่ผิดก็คือผิด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องตีโจทย์ให้ถูกต้อง และในทุกๆ ปี ที่ออกข้อสอบเป็น สิ่งของใกล้ตัว ก็จะมีคนที่เอาสิ่งของมาถือ และ วาด มือถือสิ่งของ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดขั้นร้ายแรงมากครับ เราต้องเข้าใจกันใหม่ว่า “ข้อสอบวาดเส้นมัณฑศิลป์ ไม่ใช่การวาดมือ” นะครับ

    (รูปมือ)

     

    อย่างปี 2557 ที่ผ่านมา ที่มีระยะเวลาการฝึกที่นานกว่าปีอื่นๆ เนื่องจากวันสอบช้ากว่าปีอื่นๆ ถึงหลายเดือน ทุกคนเก็งโจทย์ไว้ว่าจะต้องยาก จึงมักที่จะฝึกซ้อมการวาดมือ และ ภาพหน้าคนเป็นหลัก แต่ข้อสอบกลับออกมาโดยกลับสู่พื้นฐานการวาดเส้น โจทย์คือ กระดาษและถุงขนม (ฟรอยด์) น้องคนไหนฝึกฝนมาแบบข้ามพื้นฐาน ก็จะทำโจทย์ได้ไม่ดี ส่วนคนที่เตรียมตัวมาตั้งแต่พื้นฐานมาก่อนก็จะง่ายครับ

    (รูปกระดาษและถุงขนม)

     

    เราต้องเข้าใจกันใหม่ว่า “งานศิลปะและงานออกแบบ ไม่มีทางลัด ถ้าคุณลัด คุณจะสูญเสียทักษะพื้นฐานและมีผลในอนาคตของการทำงาน ไม่มีทางลัด มีแต่ฝึกฝนเพื่อไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้น

    (รูปคำคมข้างบน)

    เรียนวาดเส้นกับเราดีอย่างไร ?

    หลักสูตรของเราพัฒนาตลอดทุกปี เน้นความเข้าใจมากกว่าการจำ ถึงจะยาก และ ใช้เวลามากกว่า อีกทั้งยังต้องจำไปสักหน่อย แต่เมื่อเจอสถานการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม ทุกคนจะทำตามโจทย์ได้ และ ยังมีการคัดกรองผู้สอนที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีความมุ่งมั่นกับน้องทุกๆคน

    ที่สำคัญคือ จุดมุ่งหมายของเรา คือ “ต้องการให้นักเรียนได้รับความเข้าใจการวาดเส้นให้ดีพอที่จะสามารถนำไปใช้ต่อยอดสู่งานออกแบบในสาขาต่างๆได้

     

    ฝากถึงน้องๆ

    สุดท้ายฝากถึง น้องๆ ที่กำลังสนใจ และ กำลังฝึกฝนอยู่ เพื่อสอบเข้ามัณฑนศิลป์ ศิลปากร หรือ คณะมัณฑนศิลป์ สาขา ออกแบบภายใน ให้น้องๆ ฝึกฝนทุกๆวัน พกสมุดสเก็ตช์เล่มเล็กๆติดตัวตลอด ว่างเมื่อไหร่หยิบมาวาดเล่น วาดแก้วกาแฟ วาดหน้าเพื่อน วาดต้นไม้ วาดหน้าอาจารย์สอนภาษาไทย (อาจารย์คนอื่นก็วาดได้) ทำมันจนเป็นกิจวัตร จะช่วยให้เราเกิดความคล่องตัว และ จะเข้าใจ หรือ ตอบสนองการเรียนวาดเส้นและการออกแบบได้รวดเร็ว เพราะ ประสาทสัมผัส ตา สมอง และ มือ มันต่อตรงกัน เราจะได้ไม่ต้องบังคับ หรือ ฝืนสั่งการณ์มือของเรา เราจะวาดมันออกมาแบบอัตโนมัติ เหมือนตอนแปรงฟัน กินข้าว และ เดิน

    ที่สำคัญคือ ฝึกวาดทุกอย่าง และ ทุกด้าน

    “ขอให้ทุกคนตั้งใจทำในสิ่งที่ใจรักนะครับ”

     

     


    สามารถติดตาม viridian academy of art ช่องทางต่างๆได้ดังนี้
    ครูอะไหล่
    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

  • ศิลปะ คืออะไร

    ศิลปะ คืออะไร

    “ศิลปะ กับ ความรู้”
    ช่วงหลังไม่ค่อยได้เขียนอะไรนานแล้ว วันนี้สมองว่างๆเลยฝึกเขียนบ้างครับ
    เข้าเรื่องเลยดีกว่า

    ในยุคปัจจุบัน ที่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีแต่ความรวดเร็วทันใจ และความสะดวกสบายที่แลกมาไ้ด้ด้วยเงิน เด็กๆคุ้นเคยกับการ “จ่ายไปเพื่อได้มา” จนบางครั้งผมมองเห็นบางอย่างของน้องๆว่า ลืมไปหรือเปล่าว่าเราได้รับมาแล้วจริงๆ โดยเฉพาะกับเรื่องการศึกษา เด็กหลายคนคุ้นเคยกับการเรียนพิเศษมาตั้งแต่เกิด การลงทุนของพ่อแม่ด้วยความรักที่มีต่อลูก ยอมที่จะเสียค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเป็นราคาที่สูงมากเพื่อให้การศึกษาแก่ลูก สิ่งที่ผมเห็นคือ เด็กๆหลายคนมักคิดไปเองว่าการเดินเข้าไปในห้องเรียนแล้วเดินออกมาถือเป็นการได้รับความรู้นั้นแล้ว “คุ้มแล้วหล่ะ!!!”

    แต่สำหรับการเรียนศิลปะและการออกแบบนั้น ผมไม่คิดว่าจะทำแบบนั้นได้ เพราะไม่ว่าจะได้รับความรู้ที่สุดยอดจากปรมาจารย์ที่เลิศล้ำเพียงใด หากน้องๆไม่นำกลับไป “ฝึกฝนเพื่อให้ได้มาซึ่งวิชา” นั้น น้องๆก็ไม่มีทางที่จะบอกกับตัวเองได้ว่ารับความรู้นั้นมาอย่างแท้จริง สรุปได้ว่าจ่ายเงินค่าเรียนไป กลับไม่ได้อะไรกลับมาเลยเพราะไม่นำกลับไปฝึกฝนต่อ นั่นคือมีความรู้อย่างเดียวก็ไม่สามารถทำให้วาดรูปเก่งได้นะครับ

    เพราะศิลปะและการออกแบบ ไม่เหมือนกับวิชาอื่นๆที่หากจำได้ก็เอาไปกากบาท ก ข ค ง ให้ถูกต้อง ทำถูกก็ได้เกรดดีๆ เรียนจบได้รับปริญญา
    ศิลปะหรือการออกแบบนั้นต้องแสดงความเข้าใจนั้นๆออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าเรารู้จริง คงเคยได้ยินคำคมว่า “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” ใช่ไหมครับ นั่นทำให้ปริญญาในการศิลปะและการออกแบบนั้นมีค่าน้อยกว่าผลงานของแต่ละคน ปริญญาในทางนี้มีไว้แค่ยื่นใบสมัครงานได้ ส่วนหากเราอยากได้งานที่ดีๆ เขาจะรับหรือไม่เขาดูกันที่ผลงานของเรามากกว่านะครับ

    ด้วยเหตุนี้ ผลงานศิลปะหรือการออกแบบ ในหนังสือเรียนถึงได้เขียนเอาไว้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าของสิ่งนั้นๆ (มีออกข้อสอบ)
    – ศิลปินทำให้เศษกระดาษ 5 บาทมีราคาแพงเป็นแสนเป็นล้าน
    – สถาปนิกทำให้ปูน หิน ดินทราย มีมูลค่ามากกว่าที่มันเป็น
    – นักออกแบบทำให้ผู้คนหันมาสนใจในสิ่งที่ผู้คนมองไม่เห็น และสร้างกระแสนิยม

    ความรู้เหล่านี้ไม่ใช่แค่ “จ่ายไปเพื่อได้มา” แน่ๆ

    “ฝึกฝนเท่านั้นถึงจะได้มา”
    ( ฝึกฝนในที่นี้ไม่ใช่แค่เพียงใช้แต่แรงกายเท่านั้นนะครับ
    ตามสูตรคือ ใจ+แรง+ปัญญา = เก่ง )

  • สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้า นิเทศศิลป์

    สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้า นิเทศศิลป์

    มีน้องๆหลายคน ที่ชื่นชอบศิลปะ ชื่นชอบการออกแบบ อยากจะออกแบบผลงานที่มีความเป็นตัวเอง ชอบในการใส่สไตล์ของตนเองเข้าไปเยอะๆ สร้างความโดดเด่น และ เป็นเอกลักษณ์ให้แก่ผลงาน สำหรับน้องๆที่อยากจะสอบเข้า นิเทศศิลป์ น้องๆควรที่จะรู้สิ่งที่น้องๆต้องเตรียมตัวให้ดี ก่อนที่น้องๆจะเข้าคณะนิเทศศิลป์ ว่าคนที่จะเข้าจะต้องมีการศึกษา เตรียมตัวอย่างไร ถ้าน้องๆอยากรู้ ไปอ่านในบทความกันเลย!!!

    นิเทศศิลป์ กับการเตรียมตัว!!!

    นิเทศศิลป์ คือ และ วิธีการสอบเข้า

    ถ้าต้องอธิบาย นิเทศศิลป์ แบบกระชับและเข้าใจง่ายที่สุดก็คือ

    • การสื่อสาร โดยสารที่เราจะสื่อสามารถรับรู้มันได้ผ่านการมองเห็น
    • ผู้ที่เรียนนิเทศศิลป์จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ออกแบบภาพต่างๆ ให้ตรงกับสารที่ต้องการจะสื่อมากที่สุด
    • สิ่งที่ควรคำนึงมากและคนที่เรียนสายนี้ส่วนใหญ่มักจะติดกับดักอยู่เรื่องนึงก็คือ รูปแบบการนำเสนอ มาก่อนสารที่ต้องการจะสื่อ
    • ซึ่งบางครั้งทำให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า แค่ทำภาพให้ออกมาสวย ก็เพียงพอต่อการออกแบบนิเทศศิลป์
    • ซึ่งในที่นี้มองว่าการทำแบบนั้นมันเป็นเพียง คนที่เลือกใช้คำพูดที่น่าฟังแต่พูดไม่รู้เรื่อง
    • การออกแบบนิเทศศิลป์ที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากสารที่ดีก่อนไม่ใช่แค่การทำภาพให้สวย
    • ควรจะคิดถึงผู้รับสารเป็นหลักว่า เค้าเป็นคนยังไง มีบุคคลิกแบบไหน ชอบอะไร มีความสนใจแบบไหน ถึงจะเริ่มเลือกเครื่องมือของเราได้ว่า เครื่องมือแบบไหนที่จะเหมาะกับคนแบบนั้นและเครื่องมือแบบไหนเหมาะกับสารที่เราจะสื่อ ถึงจะเรียกได้ว่า นั้นคือการออกแบบนิเทศศิลป์ที่ดี

    ตัวอย่างเช่น ถ้าโจทย์ได้รับเป็นการออกแบบปกหนังสือการ์ตูน Toy story สิ่งที่ควรจะคิดถึงก่อนคือ ใครเป็นผู้รับสารนั้น จะเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ หรือว่าต้องการให้เด็กดู ซึ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น พอได้กลุ่มที่ต้องการสื่อชัดเจนแล้วหลังจากนั้นจึงค่อยลงมือออกแบบ การออกแบบจะง่ายขึ้นมากหากเรารู้ว่าผู้ที่ต้องการสื่อสารคือใคร สมมุติเราต้องการสื่อสารกับเด็ก ภาพๆนั้นควรเป็นภาพที่เด็กรู้สึกสนใจ ฟ้อนในภาพควรเยอะควรน้อยขนาดไหนและถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องเลือกให้ถูกว่าควรใช้ฟ้อนแบบไหน ซึ่งความจริงแล้วอาจไม่ต้องมีฟ้อนอะไรมากมายเลยก็ได้ แต่ถ้าสมมุติกลุ่มที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยนั้นเป็นเหล่าคุณพ่อคุณแม่ ภาพที่ใช้ ฟ้อนภายในภาพก็จะต้องสามารถจูงใจให้พ่อแม่เหล่านั้นรู้สึกว่าอยากพาลูกไปดูให้ได้ และสิ่งที่ควรรู้ไม่น้อยไปกว่ากันเลยคือ รู้ว่าเรานั้นเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบไหน เพราะฉนั้นการออกแบบนิเทศจึงไม่ใช่แค่การรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อสารด้วย หรือรู้จักสารที่เราจะสื่ออย่างดี แต่ต้องรู้จักตัวเองด้วยจะเราถนัดในการนำเสนอแบบไหน

    การเตรียมตัวเข้าศึกษา

    • ในช่วงแรกจะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของศิลปะในด้านต่างๆ เช่น การเข้าใจในทัศนธาตุต่างๆว่ารูปทรงแบบไหนให้ความรู้สึกยังไง หลักการในการจัดองค์ประกอบศิลป์ การเข้าใจ mood&tone ของภาพ การใช้ทฤษฎีสี
    • หลังจากนั้นจะเป็นการทำความเข้าใจของเรื่อง massage ที่จะสื่อสารในงานของแต่ละคนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของนักออกแบบนิเทศศิลป์ ที่ทำให้ผลงานนั้นๆมีความแตกต่างและสามารถเล่าเรื่องได้อย่างไม่หลงประเด็น ทำให้ผลงานของผู้เรียนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ภาพที่สวยงาม แต่เป็นภาพที่สามารถสื่อสารได้ด้วย หลังจากนั้นจะเริ่มเรียนรู้ถึงหลักการออกแบบพื้นฐานที่มักพบเห็นได้บ่อยในงานนิเทศศิลป์เช่น การออกแบบตัวหนังสือ โลโก้ การจัดวาง การฝึกการวิเคราะงานออกแบบเพื่อใช้ในการพัฒนาผลงานของตัวเอง
    • แล้วสายงานของคนเรียนนิเทศศิลป์มีอะไรบ้าง ที่คนมักจะเข้าใจแบ่งได้หลักๆ 2 สาย คือสายภาพประกอบ กับสายกราฟฟิค ซึ่งความจริงมันได้มีแค่นั้น นิเทศศิลป์นั้นอยู่รอบตัวเราแทบทุกที่ ทุกเวลา เช่น ตอนที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ตำแหน่งตัวหนังสือ ระยะห่างของตัวหนังสือว่าต้องห่างขนาดไหนในระยะเท่าไรถึงจะอ่านง่ายที่สุด หรือบางครั้งเพจใน facebook ที่มีการเล่าเรื่องต่างๆที่ดูตลกดูสนุกแต่แอบสอดแทรกสินค้าต่างๆเอาไว้ เหล่านั้นก็ใช้ความรู้ของทางนิเทศศิลป์ทั้งสิ้น หรือจะเป็นโฆษณาที่มีการกำกับภาพที่สวยงามคนที่มีหน้าที่คุมทิศทางภาพรวมของงานศิลป์ในนั้นก็จำเป็นต้องใช้ความรู้ของนิเทศศิลป์เช่นกัน หรือจะเป็น ป้ายโฆษณา ป้ายBillboard โปสเตอร์ หน้าปกหนังสือ การจัด Lay out ออกแบบตัวอักษร ออกแบบรูปเล่ม ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายแบบแฟชั่นลงในนิตยสาร ถ่ายภาพโฆษณา ถ่ายวิดีโอ หรือจะเป็น โลโก้ต่างๆ ไม่ว่าจะธุรกิจไหนหรือองค์กรอะไรมักจะต้องมีอัตลักษณ์องค์กรทั้งนั้น แม้แต่ลูกศร ป้ายบอกทาง ป้ายห้องนำ้ (Sign Systems)
    • ทั้งหมดที่กล่าวมาในจำเป็นต้องใช้ความรู้นิเทศศิลป์ทั้งสิ้น จริงๆยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวไป เรียกได้ว่าเป็นเป็นสายงานที่มีความหลากหลายมาก ยิ่งในปัจจุบันเราเริ่มใช้เวลาบนโลก internet มากขึ้น ลองคิดดูนะครับเราใช้ internet เข้า facebook ได้ผ่านการมอง นั่นแปลว่าสิ่งที่คุณเห็นแทบทุกอย่างในนั้นก็คือนิเทศศิลป์นั่นเอง ฉนั้นการบอกว่านิเทศศิลป์นั้นเรียนจบไปแล้วทำอะไรนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าตัวผู้เรียนนั้นจะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดกับความสนใจของผู้เรียนยังไงมากกว่า

    นิเทศศิลป์ คือ และ วิธีการสอบเข้า

    วิธีสอบเข้า คณะมัณฑณศิลป์ สาขานิเทศศิลป์

    • สำหรับผู้ที่มีความสนใจ ที่จะเข้าเรียนสาขานี้ สิ่งจะต้องมีเป็นอย่างเเรกคือความรักในการวาดรูป เพราะถ้าหากไร้ซึ่งความรักที่จะวาด มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราหมดเป้าหมายที่จะเข้าคณะนี้เเล้ว
    •  สำหรับวิธีการสอบ สิ่งที่เราต้องมีคือความขยันความอดทนต่ออุปสรรคต่างๆที่กำลังจะเข้ามา ต้องฝึกฝนซำ้ๆดูงานต่างๆให้มากๆเเละหลากหลาย ทั้งดรออิ้งก็ดี นิเทศศิลป์ก็ดี เเละสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเหลาดินสอให้พร้อมในการดรออิ้งอยู่อย่างสม่ำเสมอ อุปกรณ์ต้องมีให้ครบอย่าให้ขาด เพราะการสอบของคณะมัณฑณศิลป์นั้นขึ้นชื่อว่ายากอยู่เเล้ว การเตรียมความพร้อมในการสอบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก
    • การเตรียมความพร้อม นั้นคือสิ่งที่ทุกคนต้องมีเเละจะประมาทไม่ได้เป็นอันเด็ดขาด เพราะการที่เราเตรียมความพร้อมที่จะสอบอยู่อย่างสม่ำเสมอเพียงเเค่นี้เราก็มีชัยไปกว่าครึ่งเเล้ว เพราะหลากหลายคนที่คิดว่าตนเองมีฝีมือเเล้วหรือเก่งเเล้วนั้น มักจะปล่อยตัว ทำตัวสบาย เพราะคิดว่าตนเองเเน่เเล้วมั่นใจมากว่าทำได้เเน่ นั้นคือสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ สิ่งที่ควรจะทำคือฝึกอยู่ตลอดเวลาให้เป็นกิจลักษณะตลอด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นผลดีตลอดไปในภายภาคหน้า
    • การติดตามรับฟังข่าวสาร เป็นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เช่นกัน เพราะการที่เราติดตามข่าวสารของทางคณะอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เราได้รู้ข้อมูลเเละพร้อมในการสอบ 

    เว็ปไซต์ต่างๆที่เกี่ยวกับการเตรียมเข้าศึกษาเเละสมัครสอบ

      สำหรับช่วงเวลาการสอบ โดยส่วนมากเเล้วทางคณะมักจะเปิดด้วยกันอยู่ 2 รอบเป็นหลัก คือ

    • รอบ 1 คือ รอบเเฟ้มสะสมผลงาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ รอบPortfolio – ในรอบนี้เราจะต้องมีผลงานการวาดต่างๆที่เราได้ฝึกฝนมาอยู่ตลอด ทั้งดรออิ้งเเละนิเทศศิลป์ เเละเป็นผลงานที่ดูดีเเละสื่อสารได้อย่างเข้าใจ ระยะเวลาการรับสมัครจะอยู่ในช่วงเดือน ธันวาคม
    • รอบ 2 คือ รอบโควตา เป็นรอบที่เปิดขึ้นให้สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในรอบเเรก 

    โดยเกณฑ์มักจะมีด้วยกันอยู่ 6 เกณฑ์  (ระยะเวลาในการสมัครจะอยู่ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์)

    1.  โควตานักเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร
    2. โควตาสายอาชีวศึกษาที่มีการเรียนการสอนทางด้านศิลปะเเละการออกเเบบ
    3. โควตา 28 จังหวัด มหาลัยวิทยาลัยศิลปากร
    4. โควตาผู้มีความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นทั่วไทย
    5. โควตาผู้มีความสามรถด้านศิลปะไทยโบราณ
    6. โควตาบุตรผู้ปกครองที่เป็นเจ้าของสถานประกอบการอุตสาหกรรม หรือธุรกิจเครื่องประดับ

    ทางด้านกิจกรรมที่สำคัญต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันเพราะเป็นอีกสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดว่าเรามีความตั้งใจขนาดไหนที่เราจะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเเห่งนี้ เมื่อใดที่มีกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับมหาลัย หรือ ตัวคณะเองก็ตาม ต้องรีบเข้าร่วมให้ได้ตลอด โดยส่วนมากทางด้านกิจกรรมจะมีกิจกรรมสำคัญที่ต้องเข้าร่วมให้ได้ถึง 2 

    กิจกรรม ได้เเก่

      1.กิจกรรม Open House ในกิจกรรมนี้จะเป็นการบอกเกี่ยวกับตัวมหาลัยเเละคณะต่างๆที่เราสนใจ

      2.กิจกรรม อบรมเชิงปฎิบัติการ “การทำผลงานด้านศิลปะการออกเเบบส่วนบุคคล :Young Dec Camp” 

    กฎเกณฑ์เเละรายละเอียดต่างๆในการประเมินผลงาน โดยส่วนมากเเล้วการส่งผลงานในรอบที่ 1  นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก โดยสิ่งที่จะต้องมีหลักๆคือ งานดรออิ้ง 5 ชิ้น เเละ งานนิเทศศิลป์ 5 ชิ้น เป็นต้น เเละเอกสารต่างๆที่ทางมหาลัยได้กำหนดไว้ ในบางครั้งเกณฑ์ก็อาจจะมาตั้งเเต่รอบอบรมเเล้ว ทางอาจารย์อาจจะวัดความสามารถตั้งเเต่รอบอมรมอยู่เเล้วจึงห้ามพลาดในรอบอบรมอย่างเด็ดขาด ต้องขยันที่จะฝึกซ้อมให้มีความตั้งใจอยู่เสมอเเละมาร่วมเข้ากิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับทางคณะให้ได้ตลอดๆ

    นิเทศศิลป์ คือ และ วิธีการสอบเข้า

     


    สามารถติดต่อเราได้ที่นี่
    ครูอะไหล่
    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง

     

  • เรขศิลป์ คืออะไร และเงื่อนไขต่างๆในการเข้าเรียน

    เรขศิลป์ คืออะไร และเงื่อนไขต่างๆในการเข้าเรียน

    เรขศิลป์ศิลป์ คืออะไร และเงื่อนไขต่างๆในการเข้าเรียน

    เรขศิลป์ (Graphic Design)

    เรขศิลป์ เป็นวิชาเอกที่อยู่ในภาควิชานฤมิตศิลป์ (creative art) คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการเรียนการสอนด้านการสื่อสาร การออกแบบด้วยภาพและตัวอักษรอย่างมีเหตุผลและแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยการออกแบบ ส่วนใหญ่คนจะคุ้นเคยกับ“งานออกแบบเรขศิลป์” เช่น ออกแบบโปสเตอร์ ออกแบบป้าย ออกแบบโลโก้ ออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบตัวอักษร ฯลฯ

    เพราะการสร้างสรรค์ผลงาน คือการออกแบบเรื่องราวและการสื่อสาร ซึ่งการออกแบบ Graphic Design ไม่ใช่เพียงการออกแบบเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ต้องสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนตรงกลุ่มเป้าหมาย การสื่อสารที่ดีคือ การที่ผู้ชมเห็นและสามารถเข้าใจความหมายของภาพ ให้รู้สึกแบบที่เราต้องการให้รู้สึกโดยที่ไม่มีความซับซ้อนมากจนเกินไปในการเข้าใจแก่นของสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร

    คำถาม :

    ” ชอบ Graphic Design เข้าคณะอะไรดี ” | ชอบทำงานออกแบบเรียน เรขศิลป์ ดีไหม | อยากเป็นนักออกแบบต้องเรียนเรขศิลป์ 

     

    โดยคำว่า เรขศิลป์ นั้น เป็นคำที่มีการบัญญัติขึ้นมาครั้งแรกโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า Graphic Design ที่หมายถึง การจัดวางองค์ประกอบทางการออกแบบ (Compose) ว่าด้วยเรื่องของงาน 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบ (Element) ที่แตกต่างกัน เช่น รูปถ่าย, รูปภาพประกอบ, ตัวอักษร และ องค์ประกอบอื่น ๆ ตามหลักการออกแบบเรขศิลป์

    สาขาวิชาเรขศิลป์ เปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

    เรขศิลป์ศิลป์ คืออะไร และเงื่อนไขต่างๆในการเข้าเรียน

    ใครเหมาะที่จะเรียนเรขศิลป์

    คนที่จะเรียนเรขศิลป์ควรเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างสังเกต มองเห็นความสวยงามของสิ่งรอบ ๆ ตัวและประโยชน์ของการออกแบบที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม สนใจด้านการออกแบบ  และที่สำคัญที่สุดของเรขศิลป์ คือทักษะพื้นฐานทางด้านการออกแบบเพื่อที่จะสื่อสารได้

     

    เรขศิลป์มีที่ไหนบ้าง

    เรขศิลป์ หรือ Graphic Design เป็นวิชาเอกในภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรม จุฬาฯ แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีชื่อเรียกวิชานี้แตกต่างกัน เช่น

    1. สาขา นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    2. สาขาออกแบบสื่อสาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโรฒ(มศว)
    3. วิชาเอกเรขศิลป์ สาขานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    4. CommDe (Communication Design) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    5. CommDes (Communication Design) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด)

    เรขศิลป์ กับ TCAS

    สาขาวิชาเรขศิลป์ อยู่ในระบบ TCAS รอบที่ 1 (Portfolio) และรอบที่ 2 (โควตา)

    • รอบที่ 1 (Portfolio) *อ้างอิงข้อมูลจากปี 2563* – รับ 15 คน

     

    เกรดเฉลี่ย :

    – ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 : เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.50

    – ผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 : เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) 6 ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 2.50

     

    แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) :

    – มีผลงานทางด้านการออกแบบเรขศิลป์ในแฟ้มสะสมผลงานจัดทำไม่เกิน 10 หน้า

    – แผ่น DVD, USB Flashdrive ที่มีไฟล์ผลงานทางด้านการออกแบบ และจิตอาสา

    • รอบที่ 2 (โควตา) *อ้างอิงข้อมูลจากปี 2563* – รับ 5 คน

     

    เกรดเฉลี่ย :

    – ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 : เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.00

    – ผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 : เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) 6 ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 2.00

     

    การสอบอื่น ๆ :

    – คะแนน 9 วิชาสามัญ (ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, สังคมศึกษา / คณิตศาสตร์ 2)

    – สอบทฤษฎีนฤมิตศิลป์ และทักษะนฤมิตศิลป์ (ทางจุฬาฯจัดสอบวันที่ 7-8 มีนาคม 2563)

     

    เรขศิลป์ศิลป์ คืออะไร และเงื่อนไขต่างๆในการเข้าเรียน

    จบเรขศิลป์แล้วทำอะไร ?

    โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่จบเรขศิลป์ จะทำงานสายออกแบบ เช่น

    1.นักออกแบบ กราฟิกดีไซน์ (Graphic Designer)

    การออกแบบเพื่อการสื่อสารเป็นหลัก ประกอบด้วยทั้งความสวยงามและความชัดเจนในการสื่อสาร เพื่อให้ผู้ชมหรือผู้รับสาร เข้าใจและรับสารอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งกราฟิกดีไซน์ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างการสื่อสารตราสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย  และทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างแบรนด์เราและคู่แข่ง

    2. นักวาดภาพประกอบ (Illustrator) หรือเปิดสตูดิโอของตัวเอง

    นักสร้างสรรค์ผลงาน วาดภาพประกอบเนื้อเรื่อง เป็นคนที่สร้างตัวละครและตัวตนขึ้นมา หรือภาพประกอบที่ช่วยให้การดึงดูดสร้างความสนใจให้คนสนใจในเนื้อหาที่ประกอบนั้น เป็นงานที่ต้องผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวและความสวยงามในการออกแบบ มากไปกว่านั้นคือผลงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

    3.นักครีเอทีฟโฆษณา (creative)

    นักครีเอทีฟโฆษณาการใช้ความคิดสร้างสรรค์กระกอบกับความเข้าใจพฤติกรรมกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างสรรค์ผลงานงานโฆษณาให้มีความน่าสนใจและมีความเข้าใจในใจของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่องานโฆษณาบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น ให้เกิดการจดจำสินค้าได้ ต้องการให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ฯลฯ

    ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดในการเลือกประกอบอาชีพ

     


    สามารถติดต่อเราได้ที่นี้
    ครูอะไหล่
    เบอร์โทรศัพท์ : 083-615-2391
    Facebook : viridian academy of art
    Line : @viridian
    Instargram : viridian academy of art 
    Email : viridian.academy.2019@gmail.com

    หรือ จากปุ่มมุมขวาล่าง